
ในยุคปัจจุบัน โลกก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า โลกไร้พรมแดน มีการพัฒนาในทุกๆด้าน มนุษย์บนโลกอยู่ด้วยการแข่งขันแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เพื่อที่จะนำพาชีวิตของตนไปสู่จุดแห่งความต้องการสูงสุดของแต่ละคน ภาพที่เราเห็นได้ทั่วไปจนเป็นภาพชินตาคือ ภาพความวุ่นวายของสังคมมนุษย์ ที่ดิ้นรนต่อสู้เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่ง สิ่งที่จะสร้างเสริมชีวิตให้ดีขึ้น บางคนต้องการเพียงแค่มีชีวิตอยู่รอดไปวันๆ แต่อีกหลายคนทำเพื่อสนองความต้อง การของอารมณ์อย่างไม่รู้จักพอ ทำให้เกิดปัญหา มากมายตามมา บ้างก็ฆ่ากันตายเพื่อกอบโกยหาผลประโยชน์ อย่างไม่รู้จักพอ บางคนมักมากในกามทำให้ครอบครัวแตกแยกไม่เป็นสุข พ่อข่มขืนลูก ครูข่มขืนศิษย์ แม่ใจยักษ์ฆ่าลูกอย่างเลือด เย็น มีให้เห็นตามสื่อต่างๆ ทำให้หลายคนเกิดอาการท้อถอยและอีกหลายคนท้อแท้ ความเจริญทางวัตถุในยุคปัจจุบัน ทำให้คนเราเห็นแก่ตัวมากขึ้น เกิดกิเลสตัณหานานาประ การ ทำให้สังคมมนุษย์มีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวายไม่สงบสุข
พุทธศาสนาเกิดขึ้นมาในโลก ก็ด้วยเพราะวัตถุประสงค์ที่จะทำให้โลกนี้ อาบอิ่มไปด้วยธรรมะ ยิ่งสังคมมีธรรมะมากขึ้นเท่าไร ความเลวร้ายและปัญหาต่างๆในสังคม ก็จะยิ่งลดลงไปมากขึ้นเท่านั้น หลายคนจึงยึดเอาธรรมะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจและเป็นกำลังใจที่จะต่อสู้ กับชีวิตประ จำวัน
ปัจจุบันมีผู้คนเป็นจำนวนมาก หันไปสนใจฝึกจิตทำสมาธิวิธีหนึ่ง ซึ่งบางคนก็อาจเคยรู้เคยเห็นและเคยปฏิบัติกันมาแล้วก็มี ยิ่งนับวันผู้คนก็จะยิ่งให้ความเลื่อมใสศรัทธากันมากขึ้นเรื่อยๆ เลยทำให้เป็นวิชาฝึกจิตทำสมาธิที่ดังกระฉ่อนไปทั่วทุกสารทิศ วิชาที่ว่านี้ก็คือ วิชาธรรมบันดาล
วิชาธรรมบันดาลเป็นวิชาที่หลวงพ่อลี ฉันทโก วัดภูน้ำเกลี้ยง อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เป็นพระผู้ค้นพบจากหนังสือพระพุทธประวัติเก่าแก่จากพระสงฆ์รูปหนึ่ง ที่พบกันขณะออกธุดงค์ปฏิบัติธรรมกรรมฐานอย่างเคร่งครัดในป่าเขตชัยภูมิและ จังหวัดเลย
หลังจากหลวงพ่อลี ฉันทโก ได้ค้นพบวิชาธรรมบันดาลแล้ว ท่านก็ถ่ายทอดต่อมายังท่านอาจารย์วัลลภ ปัจจุบันท่านได้เปลี่ยนนามสกุลเป็น ธรรมบันดาล ตามชื่อของวิชาไปแล้ว

เพื่อ เป็นการสนองตอบเจตนารมณ์ของหลวงพ่อลี ฉันทโก ในการที่จะสืบสานวิชาธรรมบันดาลให้เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและประชาชน ทั่วไป ท่านอาจารย์วัลลภ ธรรมบันดาลจึงได้นำเอาวิชาธรรมบันดาลออกเผยแพร่และช่วยขจัดทุกข์บันดาลสุข ให้แก่ชาวโลก โดยไม่เลือกชั้นวรรณะมาถึงทุกวันนี้
อาจารย์วัลลภ ธรรมบันดาล กล่าวว่า ในทางพระพุทธศาสนา พระธรรมคำสั่งสอนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ ใช่ว่าจะให้มหาชนมุ่งสู่นิพพานอย่างเดียวก็หาไม่ แม้พระสงฆ์
ทรงสิกขาอุปสมบทอยู่ในกาสาวพัตร์แล้ว ก็ใช่ว่าจะไปนิพพานกันได้หมด ซึ่งก็สุดแต่บุญบารมีที่สร้างสมกันมาตามกรรมของตนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะกับสาธุชนผู้วนเวียนอยู่ในวัฏสงสารเต็มไป ด้วยกิเลส ตัณหา ความโลภ โกรธหลง ก็ยิ่งยากที่จะไปนิพพานได้โดยง่าย ดุจดั่งพระไตรปิฎกแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ จะนำพาไปนิพพานได้ทุกธรรมขันธ์ก็หาไม่ โลกธรรมก็ยังแบ่งเป็นสองคือ โลกิยะธรรม กับ โลกุตรธรรม แม้ศีลก็ยังมีระดับขั้นตอนของศีล เริ่มตั้งแต่ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 และศีล 311 ข้อให้เลือกปฏิบัติ
การปฏิบัติธรรมตามวิธีของวิชาธรรมบันดาล ก็มีการแบ่งขั้นตอนการปฏิบัติออกเป็นสองขั้นตอนเช่นกัน คือ ขั้นโลกิยะธรรมสำหรับฆราวาสผู้ครองเรือน ใช้คำภาวนาว่า นะ นะ นะ กับ ขั้นวิปัสสนากรรมฐานถึงขั้นโลกุตรธรรม สำหรับผู้ที่มุ่งออกจากการครองเรือนหรือวัฏสงสาร ใช้คำภาวนาว่า ธัมมา ธัมมา

อาจารย์ วัลลภท่านบอกว่า การปฏิบัติธรรมขั้นโลกิยะธรรมตามวิธีของวิชาธรรมบันดาล มีจุดมุ่งหมายที่จะสอนให้ผู้ปฏิบัติเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมเพื่อ ละกรรมชั่วเลิกทำแท้งหันมาทำแต่กรรมดี ตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลัก
การนำธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาสอนผู้ปฏิบัติธรรมยุค ใหม่ ยุคที่ต้องดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงปากท้องแข่งกับเวลาจำเป็นต้อง
สร้างศรัทธา นำปัญญา ด้วยการทำให้ผู้ปฏิบัติ มีปฏิกิริยาอาการหรือสภาวธรรมทางกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดให้พิสูจน์ก่อน จะใช้วิธีการสอนแบบค่อยเป็นค่อยไปเหมือนสมัยก่อนคงไม่ได้ เพราะกว่าผู้ปฏิบัติจะรู้ จะเข้าใจ หรือศรัทธา ก็พากันเบื่อแล้วหันไปเข้าลัทธิอื่นกันหมด
ปกติคนไทย มีความเชื่อเรื่องของเทพพรหมเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันมาตั้งแต่ครั้ง โบราณแม้ปัจจุบัน โลกจะเจริญก้าวหน้าไปถึงต่างดาวและย่อโลกให้เล็กลงได้แล้วก็ตาม คนก็ยังเชื่อเรื่อง ของเทพพรหมเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันอยู่ การจะไปสอนผู้ปฏิบัติว่าเทพพรหมเทวดาและสิ่งศักดิ์ สิทธิ์ไม่มี คงจะไม่มีใครเชื่อและปฏิบัติตาม จำเป็นต้องสอนให้สอดคล้องกับความเลื่อมใสศรัทธา ของผู้ปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติเกิดความรู้สึกมั่นใจว่า เทพ. พรหม. เทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รู้เห็นการกระทำของเขาตลอด
การทำให้ผู้ปฏิบัติ มีปฏิกิริยาอาการหรือสภาวธรรมแสดงออกมาให้รู้ได้ด้วยตัวเอง ว่าใครทำกรรมใดไว้ดีหรือไม่ดีนี้ จะช่วยทำให้ผู้ปฏิบัติศรัทธาเชื่อว่า เทพพรหมเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง นรกสวรรค์มีจริง บาปบุญมีจริง กฎแห่งกรรมมีจริง เมื่อผู้ปฏิบัติมีความเชื่อและศรัทธาว่า เทพ พรหม เทวดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง นรกสวรรค์มีจริง บาปบุญมีจริง กฎแห่งกรรมมีจริง ผู้ปฏิบัตินั้นก็จะไม่กล้าที่จะกระทำกรรมชั่วและกรรมไม่ดีกันอีก

เมื่อ ผู้ปฏิบัติละกรรมชั่วหันมาทำแต่กรรมดีกันแล้ว จากนั้นก็นำความรู้เรื่อง ศีลสมาธิปัญญา ตลอดทั้งไตรลักษณ์และการปฏิบัติธรรมขั้นวิปัสสนากรรมฐานถึงขั้นโลกุตรธรรมมา สอน ผู้ปฏิบัตินั้นก็จะตั้งใจฟัง ตั้งใจปฏิบัติตามด้วยความสมัครใจ
การปฏิบัติธรรมขั้นโลกิยะธรรมตามวิธีของวิชาธรรมบันดาล จะมีกระทำกันทุกวันที่มูลนิธิธรรมบันดาล 499/18 หมู่บ้านเฟื่องฟ้า หลังตลาดแฮปปี้แลนด์เก่า คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ
10240
การปฏิบัติธรรมขั้นโลกิยะธรรม ตามวิธีของวิชาธรรมบันดาล จะเริ่มต้นด้วยการจัดพานครูคนละหนึ่งชุด เครื่องสำหรับพานครู ประกอบไปด้วยผ้าขาวยาวสองเมตรครึ่ง 1 ผืน ดอกไม้ขาวจะเป็นดอกอะไรก็ได้ 10 ดอก ธูปหอม 5 ดอก เทียนหนัก 1 บาท 2 เล่ม เทียนหนัก 1 สลึง
10 เล่ม และเงินค่าบูชาครูอีกเล็กน้อย
จากนั้นผู้เข้าปฏิบัติ ก็จะยกพานครูเข้าไปนั่งที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา มีพระพุทธรูปหรือรูปครูบาอา จารย์เป็นประธาน เมื่อผู้ปฏิบัติเข้านั่งกันเรียบร้อยแล้ว อาจารย์วัลลภ ธรรมบันดาล ท่านก็จะบอกให้ผู้ปฏิบัติจุดเทียนจุดธูป แล้วยกพานครูด้วยมือสองข้างชูขึ้นจรดหน้าผาก อธิษฐานขอความช่วย เหลือตามความต้องการของแต่ละคน เสร็จแล้วก็วางพานครูลง กราบสามครั้ง แล้วกล่าวคำสมา ทานศีลห้า ต่อด้วยบทชุมนุมเทวดา และบูชาพระรัตนตรัย ต่อจากนั้นท่านอาจารย์วัลลภ ก็จะบอกให้ผู้ปฏิบัติเลือกนั่งในท่าที่ถนัด แล้วพนมมือ หลับตาภาวนาออกเสียงพอได้ยินเสียงของตนด้วยคำว่า นะ นะ นะ ภาวนากันไปเรื่อยๆ ภาวนากันไปจนกว่าจะเกิดสภาวธรรมหรือมีปฏิกิริยาอาการอย่างหนึ่งอย่างใด แสดงออกมา
ปฏิกิริยาอาการหรือสภาวธรรมนี้ อาจารย์วัลลภท่านว่า มาปฏิบัติแล้วจะต้องมีปฏิกิริยาอา การ หรือสภาวธรรมแสดงออกมาให้สัมผัสกันได้ทุกคน
ไม่บุคคลผู้นั้นจะเป็นคนต่างชาติหรือคนร่ำรวย คุณหญิง คุณนาย ไฮโซ โลโซ อาจมีบางคนมาปฏิบัติวันแรกแล้วไม่มีปฏิ กิริ ยาอาการหรือสภาวธรรมอะไรแสดงออกมาเลยก็มี ต้องมาปฏิบัติซ้ำอีก เนื่องจากบุญกรรมของแต่ละคนทำกันมามากน้อยหนักเบาไม่เท่ากัน ที่ผ่านมาปฏิบัติแล้วไม่มีปฏิกิริยาอาการหรือสภาวธรรมอย่างหนึ่งอย่างใด แสดงออกมาเลยไม่เคยปรากฏ สิ่งที่ปรากฏคือ ทำแล้วต้องมีปฏิกิริยาอาการหรือสภาวธรรมแสดงออกมาครบหมดทุกคน ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็นคนต่างชาติหรือว่าคนร่ำรวย คุณหญิง คุณนายไฮโซ โลโซ จะมีผิดกันบ้างก็ตรงที่ใครจะแสดงอาการหรือสภาวธรรมกันออกมาช้าหรือเร็วกว่า กัน เท่านั้น
ท่ามกลางความแปลกประหลาดของผู้ที่เข้ามาปฏิบัติดังกล่าว อาจารย์วัลลภท่านได้อธิบายให้ฟังว่า ใครมีครูบาอาจารย์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรลงมาช่วย หรือใครมีวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรอะไรสิงแทรกอาศัยอยู่ในตัวหรือไม่ ก็จะรู้ได้ในตอนนี้ เนื่องจากขณะที่ปฏิบัติกันอยู่นั้น ผู้ปฏิบัติ
ก็ยังมีสติและรู้สึกตัวกันอยู่ทุกคน ใครแสดงอาการอะไรกันออกมาก็รู้หมด แต่ก็ฝืนที่จะไม่ให้แสดงอาการอะไรกันออกมาได้เท่านั้น
- บาง รายภาวนากันไปได้สักพัก ก็จะมีอาการสั่นๆขึ้นที่มือและชาที่ลิ้น อาการเช่นนี้เป็นอาการของคนที่มีสาลิกาลิ้นทอง ลงมาช่วยทำให้มีเสน่ห์เมตตามหานิยมและค้าขายดีกันแล้ว
- บาง รายก็แสดงการร่ายรำออกมาในท่าทางที่สวยงามอ่อนช้อย นั่นก็แสดงว่า บุคคลผู้นั้นมีเทพธิดานางฟ้ามารำอวยพร ให้ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองกันแล้ว
- บาง รายภาวนาไปได้สักพัก ก็จะแสดงท่าบินเหมือนนกออกมา นั่นก็แสดงว่าบุคคลผู้นั้นมีสาลิกาลิ้นทอง มาช่วยทำให้มีเสน่ห์เมตตามหานิยมและค้าขายดีกันแล้ว
- บาง รายหลับตาภาวนาไปได้ไม่นาน ก็ทำท่านั่งกวักมือเหมือนแม่นางกวักหรือ มะเนะกิเนะ โกะ ( แมวกวักมือ ) ออกมา นั่นก็แสดงว่าบุคคลผู้นั้นมีแม่นางกวัก หรือแมวเนะโกะมาช่วยทำให้ค้าขายดีมีโชคลาภกันแล้ว
- บาง คนก็แสดงอาการคล้ายเจ้าแม่กวนอิมกำลังอวยพรให้ก็มี นั่นก็แสดงว่าบุคคลผู้นั้นมีเจ้าแม่กวนอิมลงมาช่วย ทำให้ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองมีโชคมีลาภและประสบความสำเร็จกันแล้ว
- บาง รายนั่งภาวนา นะ นะ นะ กันไปได้สักพัก ก็สวดมนต์เป็นภาษาที่ไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนออกมาจากปาก นั่นก็แสดงว่าอาจารย์วัลลภท่านใช้พลังจิตส่งเวทมนต์คาถาไปให้บุคคลผู้นั้น สวดเสริมบารมีให้กับตัวเองแล้ว
ในกรณีนี้อาจารย์วัลลภท่านบอกว่า ถ้าท่านส่งพลังจิตและเวทมนต์คาถาไปให้ใครสวดมนต์
ออกมาจากปากได้ บุคคลผู้นั้นควรมาขึ้นพานครูพร้อมทั้งสาบานตนเป็นศิษย์ถาวรจากท่าน คาถาที่ท่องออกมาจากปากจะได้ขลังและศักดิ์สิทธิ์ สามารถช่วยเหลือบุคคลผู้นั้นได้จริงๆ หากไม่มาขึ้นพานครูหรือสาบานตนเป็นศิษย์ถาวรจากท่าน คาถาที่ท่องออกมาจากปากของบุคคลผู้นั้น ก็จะไม่ขลังและศักดิ์สิทธิ์อะไร
- บาง รายทำท่าทุบแข้งทุบขาหรือไม่ก็บีบนวดไปตามที่ต่างๆของร่างกาย นั่นก็แสดงว่าบุคคลผู้นั้น มีครูบาอาจารย์ท่านลงมารักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แล้ว
- บาง รายเอานิ้วมือทำท่าเขียนไปตามที่ต่างๆของร่างกาย นั่นก็แสดงว่าบุคคลผู้นั้น มีครูบาอาจารย์ท่านมาปลุกเสกลงเลขยันต์และเสริมบารมีให้แล้ว
- บางรายจะมีอาการปวดหัว ปวดตัว ปวดกระดูกในระหว่างที่ภาวนา แต่พอหยุดภาวนาอา การปวดนั้นก็หายไป นั่นก็แสดงว่าบุคคลผู้นั้น มีวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรมาทวงหนี้กรรมทำให้เจ็บปวดและทรมานในส่วนนั้นๆ หากไม่รีบทำให้วิญญาณเจ้ากรรมนายเวร อโหสิ กรรมให้ วิญญาณเจ้ากรรมนายเวรนั้นก็จะทำให้เจ็บป่วยและทุกข์ทรมานรุนแรงมากยิ่ง ขึ้น จนตาย

บาง รายนั่งพนมมือหลับตาภาวนาไปได้ไม่นาน ก็มีความรู้สึกคล้ายมีตัวไรหรือแมลงมาไต่บนใบหน้า ทำให้ต้องเก่าตลอดเวลาที่นั่งภาวนาอยู่ แต่พอหยุดภาวนาอาการคล้ายไรหรือแมลงไต่บนใบหน้าก็หายไป อาการอย่างนี้เป็นอาการของคนที่เคยฆ่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยไว้มาก อย่างเช่นฆ่าเป็ด ฆ่าไก่ ฆ่ามด ฆ่าปลวก ฆ่ายุง แล้ววิญญาณสัตว์เหล่านั้นก็มาทวงหนี้กรรมที่ทำกับเขาไว้ หากไม่รีบสร้างบุญทำกุศลกรวดน้ำแผ่เมตตาอุทิศให้วิญญาณสัตว์เหล่านั้นไป วิญญาณเจ้ากรรมนายเวรจำพวกสัตว์เหล่านั้นก็จะมาทำให้บุคคลผู้นั้นมีอันเป็น ไปต่างๆนานาตามกรรมที่ทำกันไว้
- จะ มีอยู่ประเภทหนึ่ง ที่นับว่าเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตของคนเรามากคือ คนที่ไปทำแท้งเอาลูกออกหรือคนที่ไปฆ่าคนตาย รวมไปถึงคนที่ถูกคุณถูกของ ถูกกระทำด้วยไสยศาสตร์ชั่วร้าย ผีเข้าเจ้าสิง ถูกเจ้ากรรมนายเวรสิงสู่อยู่ในตัว ผู้ปฏิบัติประเภทนี้ เวลามาปฏิบัติธรรมขั้นโลกิยะธรรมตามวิธีของวิชาธรรมบันดาล จะแสดงอาการออกมาน่าสงสาร คือ จะร้องไห้คร่ำครวญหรือไม่ก็อาเจียนโอ้กอ้ากๆออกมา ต้องคอยเอากระโถนไปรองรับไว้ให้

คน เราเวลามีเรื่องอะไรเดือดร้อนขึ้นมา ก็มักจะมุ่งไปโทษดวง หาว่าดวงไม่ดี ทั้งๆที่จริงแล้ว ความวิบัติหายนะต่างๆนั้น มันเกิดจากอำนาจของกรรมและเจ้ากรรมนายเวรทำให้เป็นไปทั้ง สิ้น คนที่ไม่เชื่อในเรื่องของเวรกรรมก็มักจะมุ่งมองกันไปที่รูปธรรมไม่ได้มอง ที่นามธรรม ในด้านของธรรมะ ได้พิจารณาถึงคนที่ทำชั่ว ทำไม่ดี ขาดศีลไร้ธรรม แต่ก็ยังเห็นร่ำรวยและอยู่ดีมีความ สุขกันอยู่ ก็เพราะพวกเขาเหล่านั้นยังมีกุศลผลบุญเก่าในอดีตชาติเกื้อหนุนอยู่ และใช่ว่าเขาจะหนีพ้นจากกรรมชั่วกรรมไม่ดีที่เขากระทำไว้นั้นได้เมื่อไหร่ วันไหนบุญเก่าของหมดสิ้นลง กรรมใหม่ที่เขากระทำไว้ไม่ดี ก็จะส่งผลทำให้เขาได้พบกับความวิบัติหายนะไปต่างๆนานาตามกรรมที่เขาได้ กระทำไว้ ดูตัวอย่างจากคนที่เคยมียศ มีตำแหน่งใหญ่โต หรือร่ำรวยอยู่ดีมีสุข ก็ยังล้มละลายหมดเนื้อหมดตัว หมดตำแหน่ง หรือไม่ก็นอนทนทุกข์ทรมานจากโรคภัยที่ร้ายแรงได้
อาจารย์วัลลภท่านว่า ผลกรรมที่เกิดจากการทำแท้งหรือแท้งเองนั้นให้ผลทันใจ ไม่ต้องรอ ไปถึงภพหน้าหรือชาติไหนๆ ในชาตินี้ก็สามารถทำให้ผู้ที่ทำแท้งตลอดทั้งแท้งเองและผู้ที่สนับสนุนให้ผู้ อื่นไปทำแท้ง มีอันเป็นไปต่างๆนานา อย่างเช่น ทำให้มีสุขภาพเจ็บป่วยเป็นประจำ ทำมาหากินไม่ขึ้น เก็บเงินเก็บทองไม่อยู่ โชคลาภไม่มี มีแต่เรื่องเดือดร้อน ครอบครัวแตกแยก มีลูกพิการไม่สมประกอบ หรือไม่ก็ล้างผลาญทรัพย์สินเงินทอง และทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลให้เสื่อมเสียเป็นต้น กรณีนี้จะเชื่อกันหรือไม่เชื่อก็พิจารณากันเอง ทำดี- ดีที่คนทำ ไม่ใช่ดีที่คนแนะนำ ?
เพื่อความสบายใจของผู้ที่พลาดพลั้ง สร้างกรรมทำเวรดังกล่าวไปแล้ว อาจารย์วัลลภท่านก็จะแนะนำให้ผู้ที่มีวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรสิงแทรกอาศัย อยู่ในตัว สร้างพระพุทธรูปปางชนะมารถวายวัด อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนำทางให้ดวงวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรไปผุดไปเกิดกัน อาจารย์วัลลภท่านบอกว่า การสร้างพระพุทธรูปถวายวัดอุทิศให้กับวิญญาณผู้มีพระคุณ รวมไปถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับและวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรนั้น มีกระทำกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณแล้วท่าน ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มหรือตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาเองแต่อย่างใด พระพุทธรูปปางชนะมารที่ท่านสร้างให้ผู้ คนนำไปบูชาหรือถวายวัดนั้น ท่านก็สร้างขึ้นจากพระพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าผจญมารก่อนจะตรัสรู้ ท่านไม่ได้เป็นผู้คิดค้นหรืออุตริสร้างขึ้นมาเองโดยไม่มีที่มาที่ไป เชื่อว่าท่านทั้งหลายก็คงจะเรียนรู้จากหนังสือพระพุทธประวัติ และเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่างๆกันมาบ้างแล้ว

การ สร้างพระพุทธรูปถวายวัด เพื่อนำทางให้ดวงวิญญาณไปผุดไปเกิดยังสุคติภพ เป็นประ เพณีนิยมที่ทำกันมาตั้งแต่ครั้งสมัยโบราณ สังเกตได้จากการนำศพจากโรงพยาบาลไปวัด ก็ต้องนิ มนต์พระสงฆ์นำทาง เอาศพจากบ้านไปวัดก็ต้องนิมนต์พระสงฆ์นำทาง หรือแม้แต่นำศพขึ้นเมรุเผาก็ยังต้องนิมนต์พระสงฆ์นำทางมาถึงทุกวันนี้
เนื่องจากวิญญาณของเจ้ากรรมนายเวรนั้นเปรียบเสมือนมารของคนเราเหมือนกัน ดัง นั้น การสร้างพระพุทธรูปถวายวัดเพื่อเอาชนะมารให้ได้ผล จึงต้องเลือกสร้างกันแต่เฉพาะพระพุทธรูปปางชนะมารดังกล่าว หากต้องการตรวจสอบว่าวิญญาณเจ้ากรรมนายเวร ได้รับกุศลผลบุญจากการสร้างพระพุทธรูปไปให้หรือไม่ ก็สามารถทำได้ด้วยการไปปฏิบัติธรรมขั้นโลกิยะธรรมตามวิธีของวิชาธรรมบันดาล อีกครั้ง หากวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรยังไม่ได้รับกุศลผลบุญจากการสร้างพระพุทธ รูปปางชนะมารถวายวัดไปให้ ผู้ปฏิบัตินั้นก็จะแสดงอาการร้องไห้หรือไม่ก็อาเจียนโอ้กอ้ากๆออก มาอีก แต่ถ้าวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรได้รับส่วนบุญส่วนกุศลจากการสร้างพระพุทธรูปปาง ชนะมาร ถวายวัดจนไปผุดไปเกิดยังภพภูมิอื่นตามยะถากรรมของเขาแล้ว ผู้ปฏิบัตินั้นก็จะแสดงอาการออก
มาในท่าทางที่ดีๆ อย่างเช่นแสดงท่านั่งกวักมือเหมือนแม่นางกวักบ้าง แสดงการร่ายรำออกมาบ้าง ทำท่าทางเหมือนเจ้าแม่กวนอิมกำลังอวยพรบ้าง แสดงท่าบินเหมือนนกบ้าง บางรายแสดงท่าทางเหมือนแม่ธรณีกำลังบีบมวยผมบ้าง
หลังจากนั้นหากผู้ปฏิบัติยังหมั่นมาปฏิบัติกันต่อไปอย่างต่อเนื่อง ครูบาอาจารย์ทางกรรม ฐานท่านก็จะมาลง เวลาที่ครูบาอาจารย์ทางกรรมฐานมาลง ผู้ปฏิบัตินั้นจะไม่สามารถภาวนาคำว่านะ นะ นะ ต่อไปได้เลย ภาวนาเมื่อไรก็จะนั่งนิ่งเงียบอยู่ในท่าที่สงบ แล้วเกิดความรู้สึกเป็นสุขไม่หงุดหงิดฟุ้งซ่านกังวลใจ ปฏิกิริยาอาการอย่างนี้เป็นอาการของคนที่กำลังจะเข้าสู่ฌานขั้นใดขั้นหนึ่ง แล้ว การปฏิบัติธรรมตามวิธีของวิชาธรรมบันดาลจะมีให้สัมผัสกันเป็นเรื่องปกติ
การปฏิบัติธรรมขั้นโลกิยะธรรมตามวิธีของวิชาธรรมบันดาล ถึงจะมีเหตุให้เห็นว่าได้หลุดออกไปจากขอบเขตของกรรมฐาน 40 แล้วก็จริง แต่ก็ไม่สำคัญอะไรเพราะพระและครูบาอาจารย์ท่านบอกว่ากรรมฐานจริงๆไม่ใช่มี อยู่เพียงแค่ 40 เท่านั้น แต่มีมากนับไม่ถ้วน ธรรมะขององค์พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นธรรมชาติที่ไม่สิ้นสุด ธรรมะมิใช่มีอยู่เพียงกำมือเดียว แต่มีมากเท่าใบไม้ทั้งป่า หยิบใบไหนขึ้นมาก็เป็นธรรมะหมด ธรรมะที่เกิดขึ้นเองเมื่อจิตสงบว่าง ไม่จำเป็นต้องทำให้บรรลุ มรรคผลนิพพานเสมอไป อาจได้เพียงแค่ขั้นใดขั้นหนึ่งก่อนก็ได้ เช่นเดียวกันกับการปฏิบัติธรรมตามวิธีของวิชาธรรมบันดาล ก็น่าที่จะอยู่ในลักษณะเดียวกัน
ทำพิธีทุกวัน
เวลา 10.00 น. ถึง 14.00 น.( ต้องมาก่อน 12.00 น. ) |
|