เรื่องเวรเรื่องกรรมเป็นหัวข้อที่นำมากล่าวกันได้ไม่รู้จบ หลายท่านเชื่อว่ากฏแห่งกรรมมีจริง ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่วจริงๆ แต่บางท่านอาจแย้งว่าทำชั่วได้ดีมีถมไป อุตส่าห์ทำดีแทบตาย สุดท้ายก็ยังจน ยังลำบากเหมือนเดิม สาเหตุที่บางท่านไม่กลัว ไม่เข้าใจเรื่องเวรกรรมนั้น น่าจะมาจากความรู้สึกที่ว่าเวรกรรมเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เมื่อสร้างเวรสร้างกรรมกันแล้วก็แล้วกันไป ถ้าไม่คิด ไม่บอกใคร ก็ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้ เคยมีผู้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องกรรมเอาไว้ว่า เปรียบเสมือนบัญชีที่ไม่มีใบเสร็จ
เมื่อไม่มีใบเสร็จก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเราทำเวรทำกรรมกันมากี่มากน้อย หลายครั้งที่เราทำอะไรลงไปแล้วก็ลืมจนกว่าจะมีคนมาทักแล้วจึงนึกได้ ซ้ำร้ายบางคนถูกทักแล้วยังทำงง บอกว่าไม่ใช่ ไม่เคยทำ ไม่รู้เรื่องก็มีถมไป ถึงแม้ว่ากรรมที่คนเราทำไว้จะไม่มีใครมาคอยบันทึกเป็นสถิติไว้ให้เห็นเป็น รูปธรรม แต่ก็ไม่ได้หมายความจะกรรมนั้นจะสูญไปหายไป อย่างน้อยส่วนหนึ่งยังคงอยู่ในความทรงจำและจิตใต้สำนึกของคนเรานั่นเอง
เมื่อใดก็ตามที่เราทำกรรมดี จิตใจของเราก็เป็นสุข แต่ถ้าเราก่อกรรมชั่ว จิตใจของเราก็จะเป็นทุกข์ หน้าตาก็จะหม่นหมองไม่มีความสุข สิ่งเหล่านี้แม้ไม่คิด ไม่พูด แต่เราย่อมรู้อยู่แก่ใจ นอกจากนี้ หากเราเคยไปทำอะไรกับใครไว้ไม่ว่าในชาตินี้หรือชาติไหนแล้วเขามีความอาฆาต พยาบาท วิญญาณของเขาก็จะคอยติดตามเป็นเจ้ากรรมนายเวรมาทัก ท้วงหนี้กรรม ทำให้เราทำมาหากินไม่ขึ้น เงินทองรั่วไหล สร้างความเดือดร้อนให้ต่างๆ นานา สุขภาพเสื่อมโทรม เป็นโรคที่รักษาไม่หายโดยไม่ทราบสาเหตุดังที่เรียกกันว่า “โรคเวรโรคกรรม” บางรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตไปเลยก็มี
หลาย ท่านที่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้คนมากมายของท่าน อาจารย์วัลลภ อาจรู้สึกสงสัยว่า...คนเรานั้นสามารถ “ตัดกรรม” ได้จริงๆ หรือ การตัดกรรมคืออะไร แล้วเขาตัดกรรมกันอย่างไร
สำหรับ ท่านที่ยังไม่มีโอกาสเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับ “กรรมฐานตัดกรรม” ที่มูลนิธิธรรมบันดาลด้วยตนเอง วันนี้มีเรื่องราวของท่านหนึ่งซึ่งในอดีตได้เข้ามาที่มูลนิธิธรรมบันดาล ด้วยเหตุผลสั้นๆ เพียงอย่างเดียวคือ ต้องการมาพิสูจน์ว่าที่นี่จะมีวิธีการตัดกรรมได้อย่างไร และสามารถตัดกรรมได้อย่างที่กล่าวกันไว้จริงหรือไม่
คุณ จรรยา พนักงานบริษัทผลิตเครื่องหนังชื่อดัง อายุ 36 ปี เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ยอมรับหรือเชื่ออะไรง่ายๆ จนกว่าจะได้เห็นด้วยตาหรือพิสูจน์ด้วยตัวเองเสียก่อน โดยก่อนหน้าที่จะเข้ามาที่มูลนิธิธรรมบันดาล เธอไม่มีความเชื่อเรื่องพิธีกรรมใดๆ เลย แต่ก็ยอมรับว่าเชื่อเรื่องเวรกรรมอยู่บ้าง ครั้นเมื่ออ่านเจอกิตติศัพท์ของท่านอาจารย์วัลลภในหนังสือฉบับหนึ่ง ที่กล่าวถึงการตัดกรรมว่าทำให้คนพ้นทุกข์ได้ เธอจึงต้องการมาพิสูจน์ด้วยตนเอง
“ดิฉัน รู้จักท่านอาจารย์วัลลภและมูลนิธิธรรมบันดาลจากหนังสือย้อนรอยกรรมเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เห็นเพื่อนๆ ที่บริษัทอ่านแล้วเอามาเล่าให้กันฟัง ดิฉันคิดว่าน่าสนใจก็เลยลองยืมมาอ่านดู อ่านแล้วก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะ เพราะเป็นคนห้าสิบ...ห้าสิบอยู่แล้วกับเรื่องแบบนี้ แต่ที่สะดุดตา สะดุดใจก็คือคำว่า ‘ตัดกรรม’ ดิฉันก็เลยอยากมาพิสูจน์ด้วยตัวเองที่มูลนิธิธรรมบันดาล”
ใน ขณะนั้น คุณจรรยาไม่ได้มีปัญหาร้ายแรงใดๆ ในชีวิต เพียงแต่ฉุกคิดได้ว่าคนเราอาจทำเวรสร้างกรรมกันมาแต่ชาติปางไหน และที่ผ่านมาคุณจรรยาก็รู้ตัวว่าเคยสร้างเวรสร้างกรรมเอาไว้บ้าง ไม่ว่าจะโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือโดยไม่ได้ตั้งใจก็ตาม ประกอบกับเป็นคนใจบุญสุนทาน ชอบเข้าวัดทำบุญเป็นประจำ จึงตระหนักในเรื่องของบาปบุญคุณโทษ และคิดว่าถ้าคนเราสามารถตัดกรรมได้จริงๆ ก็น่าจะดีมิใช่น้อย
“มา หาท่านอาจารย์วัลลภครั้งแรกดิฉันก็เข้าทำพิธีเช็คกรรมเลย พอเริ่มรอบแรกเท่านั้นแหล่ะร้องห่มร้องไห้ ร้องแบบเป็นวรรคเป็นเวรจนภาวนาคำว่า “นะ นะ นะ” ไม่ได้เลย น้ำตาเปียกเสื้อเต็มไปหมด ตอนนั้นรู้สึกตัวตลอดเวลา แต่กลั้นไม่ได้ อยากร้องไห้อย่างเดียว ก็คิดในใจว่าเอ...ทำไมเราต้องร้องไห้ จนท่านอาจารย์วัลลภบอกว่า “คืนสังขาร คืนสังขาร” ดิฉันจึงหยุดร้องไห้”
“เมื่อจบพิธีรอบแรก ท่านอาจารย์วัลลภปล่อยให้ไปเข้าห้องน้ำ พร้อมกับบอกว่าถ้าใครมาครั้งแรกแล้วร้องไห้ แสดงว่ามีเจ้ากรรมนายเวรสิงสู่อยู่ในตัว ให้ไปปรึกษาอาจารย์อุษา ไม่ต้องกลับมาเข้าพิธีในรอบต่อไปอีก ดิฉันเลยเข้าไปปรึกษาอาจารย์อุษาในห้อง ท่านบอกให้สร้างพระชนะมารถวายวัดเพื่อไถ่กรรมให้เจ้ากรรมนายเวร แล้วเจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรมให้ ดิฉันก็ปฏิบัติตามทุกอย่าง โดยนำพระไปถวายที่วัดแถวๆ ลาดพร้าว แล้วก็ทำบุญ กรวดน้ำ แผ่เมตตา รักษาศีลห้า สวดมนต์ภาวนา”
คุณจรรยาเล่า ให้ผู้เขียนฟังว่ารู้สึกตกใจที่มีวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรสิงสู่อยู่ในตัว เนื่องจากชอบทำบุญไหว้พระเป็นประจำ จึงคิดไว้ในตอนแรกว่าถ้าแสดงอาการก็น่าจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงมาช่วย แต่ก็ยอมรับว่าเชื่อในเรื่องกฏแห่งกรรมมากขึ้น เพราะคนเราไม่มีทางรู้ว่าได้ว่าไปทำอะไรกับใครไว้ตั้งแต่ในอดีตชาติหรือ ไม่
ท่านอาจารย์วัลลภเคยสอนบรรดาลูกศิษย์ และผู้ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือว่า ผลของกรรมที่ไม่ดีทั้งจากอดีต ชาติและปัจจุบันชาติ ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรจะไม่มีทางแทรกเข้ามาทำให้ใครเป็นอะไรไปในทางที่ไม่ดี แก่ชีวิตได้ หากผู้ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากท่านหมั่นมาเข้าทำพิธีและสร้างบุญสร้าง กุศล กรวดน้ำ แผ่เมตตารักษาศีล แต่ถ้าไม่ทำตามที่ท่านอาจารย์แนะนำก็เท่ากับเปิดช่องว่างให้เจ้ากรรมนายเวร มีโอกาสเข้ามาทวงหนี้กรรม ทำให้การดำเนินชีวิตต้องพบเจออุปสรรคและหายนะต่างๆ นานา
หลัง จากได้เข้ามาสัมผัสกับการปฏิบัติธรรมตามวิธีธรรมบันดาลของท่านอาจารย์วัลลภ แล้ว คุณจรรยาจึงมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในเรื่องกฏแห่งกรรมมากขึ้น “ดิฉันชอบมาที่นี่ เพราะมาแล้วสบายใจ จะมาเฉลี่ยเดือนละครั้ง หรือถ้าไม่ว่างก็มา 2-3 เดือนครั้ง เป็นเวลาเกือบ 5 ปีแล้ว หลังจากสร้างพระประธานแทนตัวให้เจ้ากรรมนายเวรแล้ว ดิฉันไม่เคยแสดงอาการร้องไห้ออกมาอีกเลย จะมีแต่อาการในทางที่ดี เช่น ทำท่ากวักมือเหมือนแม่นางกวัก ทำท่าบินๆ เหมือนนก บางครั้งก็ทำท่าเหมือนเจ้าแม่กวนอิมกำลังให้พร ซึ่งทุกครั้งที่แสดงอาการดิฉันก็รู้สึกตัวนะ มีสติตลอด ดีใจที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงมาช่วย ตั้งแต่มาที่มูลนิธิธรรมบันดาลนี่ ดิฉันเป็นคนใจเย็นขึ้นเยอะ เพราะเราหมั่นทำบุญรักษาศีลไง เราเห็นด้วยตัวเองแล้วว่าเวรกรรมมีจริง แล้วก็เห็นตัวอย่างจากคนอื่นๆ ที่มาที่นี่ด้วย และที่สำคัญ...ดิฉันเข้าใจแล้วว่าคำว่าตัดกรรมหมายความว่าอย่างไร”
ท่าน อาจารย์วัลลภได้กล่าวเอาไว้ว่า อดีตกรรมทำแล้วย่อมตัดไม่ได้ แต่ปัจจุบันกรรมเป็นกรรมเฉพาะหน้า กรรมเร่งด่วนที่ควรตัดก่อนด้วยการรักษาศีล ใครที่สามารถปฏิบัติตัวตามศีลห้าที่พระพุทธองค์ทรงชี้ทางไว้ ก็เท่ากับผู้นั้นได้ตัดกรรมให้กับตนเองแล้ว ถ้าตัดกรรมในปัจจุบันเสียได้ กรรมในอนาคตหรือชาติหน้าก็จะไม่เกิด
การ “ตัดกรรม” เพื่อช่วยเหลือคนให้พ้นทุกข์ ตามความหมายของท่านอาจารย์วัลลภ คือ การสอนให้คนตัดการกระทำชั่ว กระทำไม่ดีต่างๆ โดยการนำศีลห้ามาสอนให้รู้ถึงผลเสียในการกระทำของเขา และยังนำเอาการปฏิบัติธรรมขั้นโลกิยธรรมตามวิธีธรรมบันดาล มาทำให้ผู้ปฏิบัติมีปฏิกิริยาอาการแสดงออกมาให้สัมผัสและศรัทธากันก่อน ว่าเวรกรรมมีจริง บาปบุญมีจริง แล้วผู้ปฏิบัติก็จะพากันเกรงกลัวต่อบาป ไม่กล้าทำอะไรผิดศีลผิดธรรมอีกต่อไป
พิธีเช็คกรรมของธรรมบันดาลนั้น มีจุดประสงค์เพื่อตรวจดูให้แน่ใจก่อนว่าเรามีบุญมีกรรมอะไรกันมาบ้าง เมื่อรู้ว่ามีกรรมอะไรแล้วจะได้แก้ไขให้ถูกต้อง เช่น หากมีเจ้ากรรมนายเวรผู้ปฏิบัติจะแสดงอาการออกมาดังเช่นที่คุณจรรยาเคย ร้องไห้คร่ำครวญในการทำพิธีครั้งแรก ต้องสร้างพระประธานไถ่กรรม เมื่อไม่มีเจ้ากรรมนายเวรมาทักท้วงหนี้กรรมแล้ว ครูบาอาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ท่านก็จะเข้ามาเสริมบารมี ลดวิบากกรรม ทำให้มีเมตตามหานิยม และบันดาลโชคลาภให้
คุณ จรรยากล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากมาเข้าพิธีที่นี่แล้ว ชีวิตดิฉันดีขึ้นมาก หน้าที่การงานก็ดี ในรอบ 5 ปีนี้ได้เลื่อนตำแหน่งมาหลายตำแหน่งแล้ว เงินเดือนก็สูงขึ้น ถูกหวย 2 ตัว 3 ตัว และล็อตเตอรี่บ่อยมาก เคยถูกหวยรางวัลที่ 4 ด้วยนะ แต่หารกับเพื่อนคนละครึ่ง เมื่อก่อนไม่ค่อยมีดวงทางนี้เลย เดี๋ยวนี้มีฝันเห็นตัวเลขด้วย พอไปซื้อก็ออกจริงๆ”
อย่างไรก็ดี การปฏิบัติธรรมทำสมาธินั้น มีจุดประสงค์เพื่อให้หลุดพ้นจากวัฎสงสารสู่มรรคผลนิพพาน ไม่ใช่ปฏิบัติเพื่อหวังความร่ำรวยหรือขอให้ช่วยในสิ่งหนึ่งสิ่งใด แต่ที่เห็นบางท่านปฏิบัติแล้วมีโชคมีลาภขึ้นมาได้นั้น เป็นเหมือนผลพลอยได้ซึ่งเกิดขึ้นมาเอง
ความ สุข ความเจริญรุ่งเรือง เมตตามหานิยม และโชคลาภ จะเกิดขึ้นได้ก็เพราะบุญกุศล ทาน ศีล ภาวนา หากไม่หมั่นสร้างบุญทำกุศล กรวดน้ำ แผ่เมตตา รักษาศีล และปฏิบัติธรรม ก็ยากที่จะมีความสุขความเจริญ มีโชคลาภ มีทรัพย์สิน เงินทอง และคนรักที่จริงใจ
“บาง ครั้งไม่รู้ว่าดิฉันคิดมากหรือว่าอุปทานไปรึเปล่านะ แต่ก็สังเกตมาหลายหนแล้วว่าถ้าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ดิฉันก็จะฝันเห็นก่อน เช่น มีครั้งหนึ่งฝันเห็นแม่ในทางที่ไม่ดี ก็ไม่อยากเชื่อเท่าไหร่เพราะอย่างที่บอกเป็นคนที่อะไรๆ ก็ห้าสิบ...ห้าสิบไว้ก่อน เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง หลังจากนั้น 2-3 วันก็ได้รับโทรศัพท์จากต่างจังหวัดเลยว่าแม่เข้าโรงพยาบาล ความที่คิดว่าแม่คงไม่เป็นอะไรมาก นึกว่าแค่เป็นลมเฉยๆ ก็มัวแต่เคลียร์งาน ยังไม่รีบไปหาแม่ทันที จนที่บ้านโทรศัพท์มาตามอีก ปรากฏว่าแม่ดิฉันเป็นหนักถึงขั้นโคม่า นึกว่าจะไปไม่ทันแล้วแต่สุดท้ายก็ไม่เป็นอะไร ”
“ดิฉัน เคยดูดวงกับอาจารย์อุษาด้วยนะ ยอมรับว่าแม่น ตรงเลยแหล่ะ ขนาดเป็นคนไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายๆ พอมาให้อาจารย์อุษาดู ไม่ว่าจะบอกหรือพูดอะไรออกมานี่มันใช่หมดเลย เรื่องบางเรื่องเราก็ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แต่สักพักหนึ่งก็จะเป็นจริง คือเกิดเหตุการณ์อย่างที่อาจารย์เคยพูดเอาไว้เลย สุดยอดจริงๆ” ได้ฟังเรื่องราวของคุณจรรยาแล้ว เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านคงเข้าใจแนวคิดในการ “ตัดกรรม” ตามความหมายของท่านอาจารย์วัลลภเป็นอย่างดี