Thai English Chinese












 

เดิมที เดียวในพระพุทธศาสนาไม่มีการสร้างพระพุทธรูป เนื่องจากในพระวินัยมีการห้ามไม่ ให้สร้างรูปเคารพแทนองค์พระพุทธเจ้า    หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว จึงมีศิลปกรรมที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น   ในยุคแรกๆจะสร้างเป็นสถูปเจดีย์บ้าง    รอยพระพุทธบาทบ้าง  พุทธอาสนะที่ประทับบ้างแทนรูปพระพุทธเจ้า

 
คติ การสร้างพระพุทธรูปสำหรับเป็นที่เคารพบูชานั้น เริ่มมีสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ห้าโดยเริ่มสร้างกันที่แคว้นคันธารราษฎร  ปัจจุบันอยู่ในประเทศปากีสถาน   มีพระเจ้ากนิษกะแห่งราชวงศ์กุษะณะ  ซึ่งทรงเป็นพุทธมามะกะและมีการติดต่อค้าขายอย่างใกล้ชิดกับอาณาจักรโรมัน  ทรงได้นำ เอาความคิดทางศิลปะแบบกรีก-โรมัน   ที่นิยมสร้างประติมากรรมรูปเทพเจ้าไว้เคารพบูชา    มาเป็นแบบอย่าง     ทางพระพุทธศาสนาจึงมีการจัดสร้างรูปพระพุทธเจ้าขึ้นเป็นรูปเคารพบูชา   แรกๆเรียกแบบพระพุทธรูปว่า  แบบคันธารราษฎร  หลังจากนั้นเป็นต้นมา ได้มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาอีกมากมายทางภาคเอเซียและตามเส้นทางสายแพรไหม
คติ การสร้างพระพุทธรูปทั่วไป  จะยึดรูปแบบอิริยาบถที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในพระพุทธประวัติ  โดยเรียกรูปพระพุทธเจ้าที่สร้างขึ้นเป็น ปาง ในประเทศไทยมีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นมาก มายหลายปาง   ปางที่นิยมสร้างกันมาก  คือ  ปางพระพุทธชนะมารและปางสมาธิ 
พระ พุทธรูปปางชนะมาร   เป็นพระพุทธรูปปางที่สร้างขึ้นจากพระพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าผจญมาร ก่อนที่จะตรัสรู้  ดังมีเรื่องกล่าวไว้ย่อๆว่า ในครั้งนั้นพระสิทธัตถะรู้ด้วยพระปรีชาญาณว่า พระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมโพธิญาณ  พระองค์จึงสระสรงพระวรกายหมดจดแล้วเสด็จไปประทับนั่งยังโคนต้นโพธิ์  วันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนวิสาขะ  ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ  เดือน  ๖  ปีระกา  ก่อนพุทธศก ๔๕  ปี  เวลาเช้านางสุชาดาบุตรีเศรษฐีใหญ่แห่งหมู่บ้านเสนานิคม  คิดจะบวงสรวงเทวดาด้วยการจัดข้าวมธุปายาสใส่ถาดทอง นำไปถวายยังโคนต้นโพธิ์
เมื่อ มาถึงก็พบเห็นพระสิทธัตถะประทับนั่งอยู่ ที่โคนต้นโพธิ์ด้วยอาการที่สงบ   ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธา  คิดว่าเป็นเทวดาจึงน้อมถาดข้าวมธุปายาสเข้าไปถวาย  พระสิทธัตถะทรงรับข้าวมธุ ปายาสนั้นไว้  แล้วเสด็จไปยังท่าน้ำเนรัญชรา   ทรงเสวยข้าวมธุปายาสนั้นทั้งหมด  ต่อจากนั้นก็ทรงถือถาดทองลงสู่แม่น้ำแล้วอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า  ถ้าพระองค์จะได้ตรัสพระปรมาภิเษกสัมโพธิ ญาณ  ขอให้ถาดทองนี้จงลอยทวนกระแสน้ำขึ้นไป  แล้วก็ทรงลอยถาดทองนั้นลงไปในแม่น้ำเนรัญชรา
ขณะ นั้นด้วยอานุภาพพระบารมีของพระองค์ ที่ทรงบำเพ็ญมาบริบูรณ์ดีแล้วได้แสดงให้เห็นอัศจรรย์  ทำให้ถาดทองนั้นลอยทวนกระแสน้ำเนรัญชราขึ้นไปประมาณ1เส้น  แล้วก็จมลงตรงนาคภพพิมานแห่งพญากาฬนาคราช
ครั้นเวลาเย็นพระสิทธัตถะเสด็จกลับยังโคนต้นโพธิ์      ระหว่างทางเสด็จได้พบกับคนหาบหญ้า ชื่อโสตถิยะ  เขาได้เห็นพระอาการอันละมุนละไม ของพระสิทธัตถะก็เกิดความเลื่อมใสใคร่จะถวายของ แต่ไม่มีอะไรอื่นนอกจากหญ้าคา จึงน้อมนำหญ้าคาไปถวาย  พระสิทธัตถะทรงรับหญ้าคาปูลาดเป็นอาสนะ  แล้วทรงตั้งสัตยาธิษฐาน 8  ณ  รัตนบัลลังก์ไต้ต้นโพธิ์นั้นว่า   แม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  พระองค์จะไม่ยอมลุกจากที่นั่งนั้นจนกว่าจะตรัสรู้  ถึงแม้จะอดตายในที่นั้นก็ยอม  เหล่าเทพยดาได้ยินสัตยาธิษฐานก็พากันชื่นชมโสมนัสยินดีปรีดา  พากันเฝ้ารอพระมหาบุรุษเพื่อจะได้สักการะ บูชา  หากพระองค์ตรัสรู้
ฝ่าย พญาวัสวดีมาราธิราชพญามาร ได้ยินมหาบุรุษตั้งสัตยาธิษฐานก็อิจฉากลัวเจ้าชายสิทธัต ถะจะตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณพ้นจากอำนาจของตน จึงป่าวประกาศเรียกพลเสนามารนำสรรพอาวุธยกทัพเข้าขัดขวางการบำเพ็ญบารมี
เมื่อ พญามารมาถึง  ก็สั่งให้เหล่าเสนามารห้อมล้อมพร้อมทั้งประกาศศักดานุภาพของตนข่มให้พระมหา บุรุษสะดุ้งตกใจกลัว  ครั้นเมื่อไม่เห็นพระองค์ทรงหวั่นไหว จึงสั่งให้หมู่เสนามารบุกรุกเข้าทำร้ายด้วยการพุ่งสรรพอาวุธเข้าใส่ แต่สรรพอาวุธทั้งหลายไม่อาจทำอันตรายใดๆกลับกลายเป็น บุปผามาลัยมาบูชาพระสิทธัตถะแทน
เมื่อ พญามารไม่อาจทำร้ายพระองค์ได้  จึงกล่าวว่า ดูก่อนสิทธัตถะ บัลลังก์นี้เกิดขึ้นด้วยบุญของเรา  ท่านเป็นผู้ไม่มีบุญสมควรจะนั่ง  จงลุกไปเสีย
พระมหาบุรุษตรัสตอบว่า   ดูก่อนพญามาร   บัลลังก์นี้เกิดขึ้นด้วยบุญที่เราได้บำเพ็ญมานานนับประมาณหามิได้  เราผู้เดียวเท่านั้นที่สมควรจะนั่ง
พระ มหาบุรุษทรงดำริ  ในที่นี้มีแต่หมู่เสนามาร ไม่มีใครหาญกล้ามาเป็นพยานได้  จึงตั้งสัต ยาธิษฐานว่า   ดูก่อนแม่นางธรณีเอ๋ย  เธอจงมาเป็นพยานในการบำเพ็ญกุศลของเราในกาลบัดนี้เถิด
พระ นางวสุนธราเจ้าแม่ธรณีไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ต่อไปได้จึงแทรกปฐพีขึ้นมาปรากฏกาย ทำอัญ ชลีอภิวาทพระมหาบุรุษแล้วประกาศให้พญามารทราบว่า พระมหาบุรุษเมื่อครั้งยังเป็นพระโพธิ์สัตว์
ได้ บำเพ็ญบุญมามากมายตลอดกาลเหลือที่จะประมาณได้ แม้แต่น้ำกรวดที่หลั่งลงบนมวยผมข้าพเจ้าก็เหลือที่จะคณานับ    กล่าวจบก็ปล่อยมวยผมบีบน้ำที่พระมหาบุรุษกรวดสะสมไว้ในอดีตเป็นอเนกชาติ ให้หลั่งไหลออกมากลายเป็นทะเลหลวง   กระแสน้ำพัดพาเอาพญามารและหมู่เสนามารลอยไปสุดขอบฟ้าจักรวาล พญามารตกตะลึงด้วยความกลัวและอัศจรรย์ใจ  ด้วยความกลัวภัย  พนมมือนมัส การเปล่งคำสรรเสริญในบุญบารมียอมรับความปราชัยแล้วรีบอันตรธานหนีหายไปจาก ที่นั้นโดยเร็ว
เมื่อพระมหาบุรุษ ทรงกำจัดพญามารและหมู่เสนามารให้ปราชัยไปด้วยพระบารมีแล้ว  ก็ทำให้พระองค์ทรงเบิกบานพระทัย      ได้ปิติเป็นกำลังภายในสนับสนุนเพิ่มพูนแรงปฏิบัติธรรมภาวนา มากขึ้น ดังนั้นพระองค์จึงมิได้ปล่อยให้เสียเวลา ทรงตั้งพระทัยที่จะเจริญสมาธิภาวนาทำจิตให้แน่วแน่ ปราศจากอุปกิเลสจนจิตสุขุมโดยลำดับ และตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในที่สุด
จาก พุทธตำนานนี้    ในอดีตมีผู้นำเอารูปพระพุทธเจ้ามาประกอบเข้ากับรูปพระแม่ธรณีแล้วสร้าง เป็นพระพุทธรูปปางชนะมารมาแล้ว    เนื่องมาจากความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อพระแม่ธร ณีและบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ที่สามารถขจัดพญามารและเหล่าเสนามารให้ผ่ายแพ้ผ่านพ้นอุปสรรค์มาตรัสรู้ได้ นั้น   จะช่วยทำให้ผู้ที่มีไว้กราบไหว้บูชาทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง   มี โชคมีลาภ   มีความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาและชนะมาร   ชนะอุปสรรค์  ชนะศัตรู  ชนะวิบากกรรม ทำให้เรื่องที่ร้ายๆกลับกลายเป็นดีขึ้นได้
ผู้ ที่ทำมาหากินเกี่ยวกับอิฐ  หิน  ดิน  ทราย  หรือแร่ธาตุต่างๆ  รวมไปถึงผู้ที่ทำนาทำไร่  ทำ สวน   ทำการเกษตร  และรับเหมาก่อสร้างด้วยแล้ว  ยิ่งจะให้ความสนใจจัดสร้างและจัดหามากราบไหว้บูชากัน  เพราะต่างก็มีความเชื่อกันว่าภายในพื้นอิฐ  หิน  ดิน  ทราย  และแร่ธาตุต่างๆนั้น  นอก จากจะมีพระแม่ธรณีสถิตเป็นประธานอยู่แล้ว ยังมีวิญญาณเจ้าที่เจ้าทางตลอดทั้งเทพยดาอารักษ์  อีกทั้งซากสังขารมนุษย์และสัตว์อื่นๆสถิตอยู่ด้วย       หากไม่จัดสร้างหรือหาพระพุทธรูปปางพระพุทธชนะมารที่ประกอบด้วยพระพุทธเจ้า และพระแม่ธรณีไว้กราบไหว้บูชาจะทำให้ต้องอาถรรพณ์ทำมาหากินไม่ขึ้น  เก็บเงินเก็บทองไม่อยู่  หรือไม่ก็ทำให้พบแต่ความวิบัติหายนะไปต่างๆนานาได้   นอก จากความเชื่อดังกล่าวแล้ว ยังมีคำกล่าวเพิ่มเติมเอาไว้อีกว่า  ถ้าใครได้สร้างพระพุทธรูปปางชนะมารไว้สืบทอดพระพุทธ ศาสนา   เมื่อตายไปจะไม่ไปตกนรกอีกด้วย    จากความเชื่อดังกล่าวคนโบราณจึงมักนิยมจัดสร้างไว้กราบไหว้บูชาประจำตัว     และสร้างอุทิศเผื่อแผ่ให้พ่อแม่ญาติพี่น้องลูกหลานหรือคนที่ตนรักทั้งที่ยัง มีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้ว
โดย เฉพาะผู้ที่เคยทำแท้ง จะสนใจจัดสร้างถวายวัดไถ่กรรมจากวิญญาณของลูกที่ถูกทำแท้งกันเป็นพิเศษ  เพราะมีความเชื่อกันว่าวิญญาณของลูกจะอโหสิกรรมให้หรือไม่ก็เอาชนะวิญญาณ เจ้ากรรมนายเวรนั้นได้
เหตุที่ ทำให้มีความเชื่อเช่นนั้น เพราะคนรุ่นปู่ย่าตาทวดและครูบาอาจารย์ท่านเล่าต่อๆกันมาว่า   ถ้าสร้างพระพุทธรูปปางชนะมารถวายวัดอุทิศให้กับวิญญาณใด   วิญญาณนั้นจะอโหสิกรรมให้
เรื่อง ของกรรมและวิบากกรรมจะคิดว่าไม่สำคัญคงไม่ได้    ถึงแม้ปัจจุบันโลกจะพัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ให้ก้าวหน้าไปได้ไกลถึง ต่างดาวและย่อโลกให้เล็กลงได้แล้วก็ตาม    แต่มนุษย์ก็ยังไม่สามารถที่จะพัฒนาการทางด้านชีวิตให้หนีพ้นจากกฎแห่งกรรมไป ได้ ใครทำกรรมใดไว้ก็ยัง คงต้องได้รับผลของกรรมและวิบากกรรมนั้นเป็นสิ่งตอบแทนเสมอ ไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็นคนต่าง ชาติต่างศาสนาหรือว่าคนร่ำรวย คุณหญิง คุณนาย ไฮโซ โลวโซ เมื่อทำกรรมใดไว้ก็ต้องได้รับผลของกรรมนั้นตอบสนองเหมือนกันหมด จะมีผิดกันก็ตรงที่ใครจะได้รับผลของกรรมและวิบากกรรมนั้นช้าหรือเร็วกว่ากัน เท่านั้น
โดยเฉพาะผลกรรมที่เกิด จากการทำแท้งนั้น  ให้โทษร้ายแรงทันตาเห็น  ไม่ต้องรอไปถึงภพหน้าหรือชาติไหนๆ  ในชาตินี้ก็สามารถทำให้ผู้ที่ทำแท้งหรือแท้งเอง   มีอันเป็นไปต่างๆนานาได้ 
อย่าง เช่น  ทำให้ทำมาหากินไปขึ้น   เก็บเงินเก็บทองไม่อยู่   ครอบครัวแตกแยก   มีสุข ภาพเจ็บป่วยประจำ  บางรายถึงกับทำให้ล้มละลายหมดเนื้อหมดตัวหรือไม่ก็มีบุตรเป็นเด็กพิการไป เลยก็มี
และผลของกรรมและวิบากกรรม ที่เกิดจากการทำแท้งนั้น   ไม่ใช่จะให้โทษแต่เฉพาะผู้เป็นแม่ที่ไปทำแท้งเท่านั้น   ยังมีผลไปถึงผู้ที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือหรือบังคับให้คนไปทำแท้ง  อีก ด้วย    หากใครไม่เชื่อก็ลองไปดูตัวอย่างจากคนที่เคยทำแท้งหรือแท้งเองมาแล้วก็ ได้   ดูสิว่า   มีใครไม่ได้รับผลของกรรมและวิบากกรรมดังกล่าวนั้นมาบ้าง
วิธี ที่คนโบราณนิยมทำ ให้วิญญาณของลูกที่ถูกทำแท้งและวิญญาณเจ้ากรรมนายเวร  อโหสิ กรรมให้เร็วๆ  ก็คือ  การสร้างพระพุทธรูปปางชนะมารถวายวัดอุทิศให้กับวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรนั้นไป   สาเหตุที่เลือกสร้างกันแต่เฉพาะพระพุทธรูปปางชนะมาร   ก็เพราะเห็นว่าวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรนั้นเปรียบเสมือนมารของคนเราเหมือน กัน  ดังนั้นการสร้างพระพุทธรูปถวายวัดเพื่อเอาชนะมารให้ได้ผล  จึงเลือกสร้างกันแต่เฉพาะพระพุทธรูปปางชนะมารดังกล่าว ไม่นิยมสร้างพระพุทธรูปปางอื่นที่มีชื่อคล้ายกัน  อย่างเช่น  ปางมารวิชัย  ปางชี้มาร  ปางสะดุ้งมาร  อาจเป็นเพราะเห็นว่าไม่มีพระแม่ธรณีรวมอยู่ด้วย
จาก พระพุทธตำนานดังกล่าว  อาจารย์วัลลภ  ธรรมบันดาล  และคณะกรรมการมูลนิธิธรรมบันดาล   มีความเห็นตรงกันว่า   ถ้าปล่อยให้พระพุทธประวัติตอนที่พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังเป็นพระสิตธัตถะ ผจญมาร มีเรื่องเล่าอยู่แต่ในหนังสือหรือภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่างๆอย่างนั้น   พุทธ ศาสนิกชนทั่วไป  ก็จะไม่มีโอกาสได้กราบไหว้บูชาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ให้กว้างขวางออก

ไปอีกได้ จึงพร้อมใจกันจัดสร้างพระพุทธรูปปางชนะมารขึ้นไว้ให้เป็นพระประธานประจำวัด ธรรมบันดาล  พร้อมทั้งสร้างธรรมมณฑลให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชนะมารไปพร้อมๆกัน