Thai English Chinese












    นักศึกษาทำแท้งซ้ำซาก
 

       ปัจจุบัน "การทำแท้ง" ถือเป็นปัญหาสังคมที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมีความรู้ในเรื่องการคุมกำเนิดน้อยมาก ทั้งยังขาดที่ปรึกษา และมีค่านิยมหรือความเชื่อที่ผิดๆ ส่งผลให้คนไทยเสียชีวิตเพราะทำแท้งกันมากมาย ส่วนรัฐบาลเองก็หมดงบประมาณเพื่อการนี้ไปเป็นจำนวนไม่น้อย
       เมื่อเกิดปัญหาตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ผู้หญิงไทยจำนวนหนึ่งพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับวิกฤติการณ์ในชีวิตของตนในท่ามกลางการไม่ยอมรับของสังคมและทางเลือกที่แทบจะหาไม่ได้เธอแต่ละคนเผชิญกับสิ่งต่างๆ มาก มายที่ไม่สามารถบรรยายให้ใครเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ 
       วันนี้ผู้หญิงหลายคนมารวมตัวกันที่มูลนิธิธรรมบันดาล เพื่อปฏิบัติธรรมตามวิธีของวิชาธรรมบันดาลกับท่านอาจารย์วัลลภไม่ว่าจะผ่านการทำแท้งมาแล้วหรือไม่ก็ตาม ทุกคนล้วนมีความเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรม เชื่อว่าการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต โดยเฉพาะการทำลายชีวิตมนุษย์นั้นเป็นบาปที่จะติดตัวผู้กระทำทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆ ไป
       คุณกาญจนาพร นักศึกษาสาววัย 21 ปี ที่ผ่านการทำแท้งมาแล้วถึง 2 ครั้ง เธอมาเข้าทำพิธีเช็คกรรม เสริมบารมี ลดวิบากกรรม กับท่านอาจารย์วัลลภอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 1 ปี หลังจากที่ตระเวนเข้าวัดทำบุญ ทำทาน ทำกิจกรรมเพื่อสังคมได้ระยะหนึ่ง แต่ก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้น เหมือนมีอะไรบางอย่างติดค้างอยู่ในใจ
       “ไม่มีใครหรอกค่ะที่อยากทำไม่ดี อยากมีบาปติดตัวไปตลอดชีวิต ทำแล้วก็รู้สึกผิดและเสียใจมาก พยายามหาทางออกด้วยการทำบุญ ถวายสังฆทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เด็กที่ถูกทำแท้งไป บางครั้งก็ไปถือศีล กินเจ บวชชีพราหมณ์ รู้ว่าล้างบาปไม่ได้ แต่ก็อยากทำให้ตัวเองสบายใจขึ้น แต่เปล่าเลย มันยังฝันเห็นเด็ก ยังคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องนี้ตลอดเวลา”
       ดิฉันตั้งท้องครั้งแรกเมื่ออายุได้ 16 ปี ตอนนั้นยังเรียนอยู่ที่ต่างจังหวัด มีแฟนเป็นเพื่อนนักเรียนในชั้นเดียวกัน แต่เรียนคนละห้อง เราเป็นเด็กเรียนดีทั้งคู่ ไม่ใช่เด็กเหลวไหล ใจแตกอะไร ดิฉันคบกับแฟนได้ประมาณปีหนึ่งก็เริ่มมีอะไรกัน ครั้งแรกไม่ได้คุมกำเนิดเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เคยได้ยินเรื่องยาคุมกำเนิดแบบชั่วคราวแต่อาย ไม่มีใครกล้าไปซื้อ พอนับระยะปลอดภัยแบบหน้า 7 หลัง 7 ตามที่เรียนมา คิดว่าน่าจะปลอดภัย จึงปล่อยเลยตามเลย แล้วก็มานั่งลุ้นเอาว่าเมื่อไหร่ประจำเดือนจะมา
       สรุปว่าครั้งนั้นรอดตัวไป หลังจากนั้นก็เริ่มมีอะไรกันเรื่อยๆ แฟนเป็นคนนับระยะปลอดภัยให้ ตอนนั้นไม่ได้คุมเพราะไม่ได้มีอะไรกันบ่อยๆ แล้วถ้าไปซื้อยาคุมคนอื่นก็ต้องรู้ ร้ายขายยาก็ต้องรู้ อีกอย่างมันเหมือนเป็นภาระต้องกินประจำ พกติดตัวก็ไม่ได้เดี๋ยวเพื่อนหรือครูเห็น เอาเก็บไว้ที่บ้านก็กลัวแม่รู้ ส่วนแฟนก็ไม่กล้าซื้อถุงยางเพราะเหตุผลเดียวกัน
       หลังจากมีอะไรกันได้ประมาณ 3 เดือน ดิฉันเริ่มสงสัยว่าตัวเองจะตั้งท้องเพราะอ้วนขึ้น และประจำเดือนไม่มาเกือบสองเดือนแล้ว แฟนดิฉันจึงไปขอร้องให้น้าชายช่วยซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเองมาให้ โดยบอกว่าตัวเองเป็นหัวหน้ากลุ่มวิชาสุขศึกษา ต้องเตรียมอุปกรณ์ไปสาธิตให้เพื่อนๆ ในห้องดู น้าชายเห็นว่าเขาเป็นเด็กเรียนมาตลอดจึงไม่คิดเอะใจอะไร
       ดิฉันทดสอบการตั้งครรภ์ด้วยตนเองโดยมีแฟนคอยนั่งลุ้นอยู่ข้างๆ ตอนแรกที่ผลออกมามีเส้นขึ้นมาแค่ขีดเดียวดิฉันอุตส่าห์ดีใจ นึกว่าไม่ท้อง แต่สักพักก็มีเส้นจางๆ โผล่ขึ้นมาอีก 1 เส้น ทำให้ดิฉันและแฟนใจหายวาบ เพราะอ่านคู่มือการใช้เขาบอกว่าถ้าเส้นขึ้น 2 ขีดแปลว่าท้อง ดิฉันร้องไห้โฮออกมาจนแฟนหน้าเสีย ตอนนั้นกลัวไปสารพัด กลัวหมดอนาคต กลัวพ่อแม่เสียใจ กลัวโดนไล่ออก กลัวว่าจะอายเพื่อน อายครู 
       ดิฉันถามแฟนว่าจะทำอย่างไรดี เขาบอกแล้วแต่ดิฉันจะตัดสินใจแต่เมื่อทบทวนกันแล้วเห็นว่าทั้งเขาและดิฉันต่างก็เรียนดี อีกปีเดียวก็จะจบม. 6 แล้ว ยังมีอนาคตอีกไกล ถ้ามีลูกตอนนี้ก็จบสิ้นทุกอย่าง  ดิฉันจึงบอกแฟนว่าจะไปเอาเด็กออก แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าจะไปเอาเด็กออกได้ที่ไหน และต้องทำยังไง 
       แฟนของดิฉันเคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่แถวบ้านพูดเรื่องไปบีบเอาลูกออก จึงไปขอความรู้ แต่หลังจากที่มีคนชี้ให้ดูเด็กผู้ชายสองคนที่หมอบีบแล้วไม่ออกคนหนึ่งตาบอด อีกคนหนึ่งแขนขาลีบ แฟนดิฉันก็เปลี่ยนใจ มีคนแนะนำให้เขาไปซื้อยาขับเลือดมาให้ดิฉันกิน ดิฉันกินเข้าไปเยอะมาก นอนปวดท้องตั้งแต่เช้ายันบ่าย จากนั้นก็มีเลือดเหมือนประจำ เดือนออกมาเพียงแต่มากกว่าปกติจึงรู้ว่าแท้งแล้ว และตั้งแต่นั้นมาดิฉันจะมีอาการปวดท้องน้อยเป็นประจำ
       หลังจากทำแท้งแล้ว ดิฉันก็ไปเรียนหนังสือตามปกติ แต่จะห่างเหินกับแฟนไปโดยปริยาย เพราะต่างคนต่างกลัว และเข็ดกับเรื่องนี้มาก จนกระทั่งดิฉันเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ และได้พบกับแฟนคนปัจจุบัน ทั้งเขาและดิฉันต่างเช่าหอพักด้วยกันทั้งคู่ เมื่อคบกันได้ระยะหนึ่งเราก็มีอะไรกันโดยที่ไม่ได้ป้องกัน ดิฉันไม่สบายใจ เพราะกลัวจะพลาดอีก แต่ก็ไม่กล้าบอกให้แฟนใส่ถุงยาง กลัวเขาจะหาว่าดิฉันช่ำชอง โชคดีที่เขายังรู้จักป้องกันโดยวิธีธรรมชาติ ดิฉันจึงรอดตัวอีกครั้ง
       เมื่อคบกันได้ประมาณ 5-6 เดือน เราจึงย้ายมาอยู่ด้วยกัน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ดิฉันขอให้เขาซื้อถุงยางอนามัยและยาคุมฉุกเฉินติดห้องไว้ เพราะไม่กล้าทานยาคุม กลัวว่าจะมีผลข้างเคียง เคยเห็นผู้หญิงแถวบ้านบางคนทานยาคุมแล้วเป็นฝ้าบ้าง อ้วนบ้าง บางคนไปฉีดยาคุมแล้วตัวเหลือง ผอม จึงรู้สึกว่าน่ากลัวมาก
       อยู่ด้วยกันได้ประมาณ 1 ปี ประจำเดือนดิฉันก็ขาดหายไปอีกครั้ง เขาพาดิฉันไปตรวจที่คลีนิคย่านห้วยขวาง ปรากฏว่าดิฉันกำลังตั้งท้องได้ 2 เดือนกว่าจริงๆ แฟนไม่ยอมให้ดิฉันซื้อยามาทานเอง เพราะหากมีปัญหาขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่ ตึกที่ดิฉันกับแฟนเช่าอยู่มีนักศึกษาเยอะ กลัวว่าเรื่องจะไปถึงหูคนที่เรารู้จัก เขาบอกว่าจะลองไปปรึกษาเพื่อนสนิทดู
       ระหว่างนั้นดิฉันพยายามหาข้อมูลต่างๆ ประกอบการตัดสินใจว่า ถ้าต้องการทำแท้งควรทำอย่างไรดี ดิฉันกังวลใจ และกลัวมาก เพราะเคยดูข่าวที่ตำรวจพร้อมนักข่าวบุกทลายคลีนิกทำแท้งเถื่อน เจอหมอกำลังทำแท้งให้นักศึกษาอายุ 18 ปีพอดี ดิฉันกลัวว่าจะโดนอย่างนั้นบ้าง ใจหนึ่งก็ไม่กล้าทำแท้ง เพราะเคยทำมาแล้วหนหนึ่งแล้ว กลัวบาปที่จะติดตัวไป และกลัวตกเลือดตาย ทำให้อยู่ๆ ดิฉันก็เครียดจนนึกอยากฆ่าตัวตายขึ้นมา 
       โชคดีที่แฟนกลับมาที่ห้องและพูดปลอดโยนจนทำให้ดิฉันรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ดิฉันขอกินยาขับเองก่อน แฟนก็ไม่ว่าอะไร แต่คราวนี้กินแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น แฟนจึงพาดิฉันไปที่คลีนิคแห่งหนึ่งตามที่เพื่อนแนะนำ หมอบอกว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 6,500 บาท เพราะที่นี่ทำให้อย่างดี สะอาด ไม่เจ็บ เพราะจะวางยาสลบ แฟนดิฉันทราบล่วงหน้าจากเพื่อนแล้วจึงเตรียมเงินมาพร้อม
       พนักงานที่นั่นบอกให้ดิฉันนุ่งผ้าถุง ทำความสะอาดตัวเอง แล้วนอนขึ้นขาหยั่งบนเตียง จากนั้นดิฉันก็ไม่รู้สึกตัวอีก ตื่นมาอีกทีก็นอนอยู่บนเตียงในอีกห้องหนึ่ง ซึ่งมีผู้หญิงนอนอยู่ในห้องนั้นด้วยประมาณ 2-3 คน พนักงานคนเดิมเอาผ้าอนามัยมาให้ดิฉันใส่ แล้วสอบถามอาการ บอกว่าถ้ายังไม่หายมึนหัวให้นอนพักก่อน ดิฉันบอกว่าไม่เป็นไร อยากกลับบ้านมากกว่า เธอจึงประคองดิฉันให้ไปเปลี่ยนชุดแล้วบอกว่าแฟนรออยู่ด้านนอก 
       ดิฉันมีความรู้สึกว่าทำไมมันง่ายจัง แสดงว่าหมอต้องเป็นมืออาชีพแน่นอน แต่ดิฉันไม่มีโอกาสเห็นหน้าหมอเลย ไม่รู้ด้วยว่าเขาทำอะไรกับดิฉันบ้าง ทั้งยังไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย จำได้ว่าคลีนิคแห่งนั้นสะอาดมาก บริการเป็นระบบ มีห้องหับซับซ้อน เรียกว่าถ้าโดนบุกจับต้องผ่านหลายด่านเลยทีเดียว 
       หลังจากนั้นไม่นาน แฟนจึงพาดิฉันไปถวายสังฆทาน เขาคงรู้สึกผิดเหมือนดิฉัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเราจะระมัดระวังกันมากขึ้น ดิฉันเป็นฝ่ายทานยาคุมเพราะไม่อยากมานั่งลุ้นทุกเดือน คืนหนึ่งหลังจากที่ดิฉันนั่งทำรายงานจนดึก อยู่ๆ ก็เกิดกลัวเวรกรรมขึ้นมา จึงเข้าอินเตอร์เน็ทไปดูเรื่องเกี่ยวกับการทำแท้ง จนกระทั่งเจอเว็ปไซต์ของมูลนิธิธรรมบันดาล ที่ขึ้นหัวข้อว่า “ทำแท้งพ้นทุกข์จริงหรือ”
       ดิฉันเรียกแฟนให้มาดูด้วยกัน เราสนใจมากจึงชวนกันโดดเรียนมาหาท่านอาจารย์วัลลภในวันรุ่งขึ้นทันที  ตอนนั้นใจมันร้อนรนมาก อยากรู้ อยากหาทางแก้ไขสิ่งไม่ดีที่ได้ทำเอาไว้ พอมาที่นี่แล้วก็ไม่ผิดหวัง เห็นท่านอาจารย์วัลลภครั้งแรกรู้สึกว่าท่านน่านับถือมาก แฟนดิฉันเข้าไปถามคุณป้าคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของทางมูลนิธิว่าต้องทำอะไรบ้าง ท่านก็บอกให้รับพานครู แล้วไปนั่งรอทำพิธีที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา
       วันนั้นคนเยอะพอสมควร อาจารย์วัลลภท่านเริ่มทำพิธีประมาณเที่ยงๆ หลังจากท่านให้ทุกคนพนมมือ หลับตา ภาวนา “นะ นะ นะ” ไปเรื่อยๆ แล้ว ดิฉันก็ร้องไห้ อาเจียนออกมาในรอบแรกทันที ส่วนแฟนยังไม่มีปฏิกิริยาอาการอะไร อาจารย์ท่านบอกว่าดิฉันมีวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรสิงแทรกอยู่ในตัว ให้ออกจากพิธีไปปรึกษาอาจารย์อุษา อาจารย์อุษาบอกว่าดิฉันมีเจ้ากรรมนายเวร ซึ่งเป็นลูกที่เคยไปทำแท้งเอาเขาออกมานั่นเอง  
       ท่านรู้ว่าดิฉันยังเรียนอยู่ ไม่มีเงินสร้างพระพุทธรูปปางชนะมารจึงบอกให้หมั่นทำบุญตักบาตร กรวดน้ำ แผ่ เมตตา รักษาศีลห้า แล้วมาเข้าทำพิธีกับท่านอาจารย์วัลลภบ่อยๆ หากอยากสร้างพระจริงๆ ให้ไปอธิษฐานที่โต๊ะหมู่บูชา ขอให้มีโชคมีลาภ จะได้นำเงินมาสร้างพระไถ่กรรม คุยกับอาจารย์อุษาได้พักใหญ่แฟนดิฉันก็ตามเข้ามา บอกว่าร้องไห้เหมือนกัน ดิฉันกับแฟนจึงเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า บุญ บาป เวร กรรม นรก สวรรค์ มีจริงแน่นอน เพราะได้สัมผัสจนรู้ด้วยตัวเองมาแล้ว
       หลังจากนั้น เราจะไปตักบาตรที่ตลาดทุกเช้า แล้วถ้าวันไหนไม่มีเรียน เราจะมาเข้าทำพิธีกับท่านอาจารย์วัลลภ โชคดีที่อยู่ๆ ทางบ้านของแฟนโอนเงินมาให้จำนวนหนึ่ง บอกว่าแม่ที่อยู่อเมริกาฝากมาให้ แฟนของดิฉันดีใจมากจึงรีบนำมาสร้างพระชนะมาร และยังสร้างเผื่อดิฉันองค์หนึ่งด้วย  แต่ดิฉันบอกว่าขอยืมก่อนแล้วจะทยอยใช้คืนให้ ดิฉันเห็นว่าวันนั้นเป็นวันดี จึงแวะซื้อลอตเตอรี่ 2-3 ใบ หวังว่าจะมีโชคกับเขาบ้าง
       วันที่เรามารับพระปางชนะมารที่ท่านอาจารย์วัลลภทำพิธีเสร็จแล้ว เป็นวันที่ตรงกับหวยออกพอดี หลังจากนำพระชนะมารไปถวายที่วัดบึงทองหลางแล้ว แฟนก็พาดิฉันไปทานข้าวในห้างดังย่านบางกะปิ เราอยู่ในนั้น 2-3 ชั่วโมง พอออกมาเห็นเด็กขายเรียงเบอร์ตรงสี่แยกไฟแดง จึงซื้อมาตรวจดู แล้วดิฉันก็กรี๊ดลั่นรถ เพราะถูกหวยเป็นครั้งแรกในชีวิต แม้จะไม่ใช่รางวัลใหญ่แต่ดิฉันก็เอาค่าสร้างพระมาคืนแฟนได้ทั้งหมด ครูบาอาจารย์ท่านศักดิสิทธิ์จริงๆ 
       ตั้งแต่มาเข้าทำพิธีเช็คกรรม เสริมบารมี ลดวิบากกรรม กับท่านอาจารย์วัลลภแล้ว ดิฉันและแฟนเป็นคนดีขึ้นมาก เราไม่แตะต้องเหล้า เบียร์ ไม่เที่ยวกลางคืนอีกเลย สมาธิก็ดีขึ้นมาก เรียนรู้อะไรได้เร็ว เรียนหนังสือเข้าใจทุกวิชา ทั้งยังจดจำบทเรียนได้อย่างแม่นยำ ทำให้ผลการเรียนของเราทั้งสองคนดีขึ้นมาก สุขภาพของดิฉันก็แข็งแรง ไม่ปวดท้องน้อยอีกแล้ว 
       ดิฉันและแฟนนำซีดีของมูลนิธิธรรมบันดาลไปแจกให้เพื่อนๆ ดู และพยายามชักชวนพวกเขาให้เข้ามาทำพิธีกับท่านอาจารย์วัลลภด้วยกัน บางคนก็มาแต่บางคนไม่มาแล้วยังด่ากลับอีก หาว่าดิฉันกับแฟนงมงาย แต่เราก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่าของแบบนี้มันละเอียดอ่อน ใครที่ไม่เคยมาสัมผัสด้วยตัวเองก็จะไม่เชื่อ มันเป็นสิทธิของเขา แต่เราพบเห็นอะไรดีๆ ก็อยากนำมาเล่า มาแนะนำ เผื่อว่าคนอื่นๆ จะได้ดีอย่างดิฉันกับแฟนบ้างเท่านั้นเอง เพราะบุญบารมีไม่มีขาย แบ่งกันก็ไม่ได้ ใครอยากได้ต้องสร้างกันเอาเอง
       ทุกวันนี้ เวลามาเข้าทำพิธีกับท่านอาจารย์วัลลภ ดิฉันกับแฟนจะมีแต่ครูบาอาจารย์ดีๆ ลงมาช่วย ไม่ร้องไห้ อาเจียน เหมือนครั้งแรกอีกแล้ว ดิฉันดีใจมากที่ได้เข้ามาขอความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์วัลลภ ที่มูลนิธิธรรมบันดาล เพราะที่นี่ทำให้ดิฉันตาสว่าง มีสติมากขึ้น และยังใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทอีกด้วย
       ท่านใดที่อยากทราบว่าการทำแท้ง เป็นเพียงการนำก้อนเลือดออกจริงหรือ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.dmbd.org