อาจารย์วัลลภ ธรรมบรรดาล นอกจากท่านจะเป็นครูบาอาจารย์ช่วยเผยแพร่พระพุทธศาสนา ด้วยการสอนธรรมะและการปฏิบัติธรรม ทำพิธีกรรมช่วยเหลือลูกศิษย์ลูกหาให้ทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง มีโชคมีลาภ มีเสน่ห์เมตตามหานิยม และรอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งหลายได้แล้ว ท่านยังเป็น นักส่งเสริมพระพุทธศาสนาด้วยการสร้างวัดให้เป็นศาสนะสมบัติอีกถึงสองวัด วัดแรกได้แก่ วัดภูน้ำเกลี้ยง อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นวัดของหลวงพ่อลี ฉันทโก ครูบาอาจารย์ ที่ถ่ายทอดวิชาธรรมบันดาลให้แก่ท่าน หลังจากสร้างวัดภูน้ำเกลี้ยง สำเร็จลุล่วงไปแล้ว ต่อมา ท่านก็สร้างวัดธรรมบันดาลขึ้นใหม่อีกหนึ่งวัด บนที่ดิน 2-4 ไร่ ที่ตำบลหมูสี อำเภอปากช่องเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
ในช่วงแรกๆที่ทำการก่อสร้างวัดธรรมบันดาล ยังไม่ได้รับการสนับสนุนหรือช่วยเหลือ จากลูกศิษย์ลูกหาสักเท่าไร เพราะคนส่วนมากยังไม่เชื่อว่า อาจารย์วัลลภท่านจะสร้างวัดจริง บางคนพูดคล้ายๆจะดูถูกหาว่าอาจารย์วัลลภจัดสร้างวัดเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋มกึม * เมื่ออาจารย์วัลลภ ท่านเห็นว่าไม่มีใครสนใจสนับสนุน หรือช่วยเหลือท่านสร้างวัดจริงๆแล้วท่านก็เลยต้องพึ่งตนเอง ด้วยการสะสมเงินค่าครูที่ได้จากการทำพิธีช่วยเหลือคนทั่วไป ในแต่ละวันไปสร้างกุฏจนสำเร็จลุล่วง ไปได้อย่างไม่ค่อยจะราบรื่นนัก เพราะต้องใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึงสองปีจึงจะสำเร็จ เมื่อ สร้างกุฏิที่พักำหรับพระเรณเสร็จแล้ว 20 ห้อง อาจารย์ท่านก็ไปนิมนต์พระสงฆ์มาจำพรรษา 5 รูป ต่อมาอาจารย์วัลลภ ธรรมบันดาล และคณะศิษย์จึงร่วมกันจัดตั้งมูลนิธิธรรมบันดาล เพื่อทำ หน้าที่อุปถัมภ์วัดธรรมบันดาลขึ้นอีก หลังจากนั้นก็จัดกิจกรรมสร้างศาลาปฏิบัติธรรมถวายเป็น พระราชกุศลแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวฯ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ ต่อเนื่องขึ้นมาอีก
ในการดำเนินการก่อสร้างศาลาปฏิบัตืธรรมถวายเป็นพระราชกุศลครั้งนี้ มีอุปสรรคพอควรแต่ก็ ไม่ทำให้อาจารย์วัลลภท้อถอยหรือหมดกำลังใจแต่ประการใด ท่านยังคงดำเนินการก่อสร้าง ของท่านต่อไปอย่างไม่ลดละ โดยเฉพาะอุปสรรคทางการเงินนั้นนับว่าเป็นปัญหาหนักเพราะต้องใช้ งบประมาณมาก ดีที่ได้คุณเพชรา ภาสุรกุล และครอบครัว นำหินอ่อนมาช่วยทำให้ เบาแรงเบาค่า ใช้จ่ายไปได้มากทีเดียว ครั้นจะออกเรี่ยไร หรือขอบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธา บ้างก็ทำไม่ได้ เพราะอาจารย์วัลลภท่านเป็นฆราวาสธรรมดาๆ ไม่ใช่พระสงฆ์องค์เจ้าอะไร จะไปออกปากบอกบุญหรือขอความช่วยเหลือจากใครๆก็คงจะไม่ได้รับการสนับสนุน ดีไม่ดีจะ ถูกกล่าวหาว่าเป็นมารศาสนา หากินกับวัดไปเลยก็ได้และที่สำคัญอาจารย์วัลลภท่าน ไม่ประสงค์ที่ จะไปขอเรี่ยไรหรือเบียดเบียนใครๆมาตั้งแต่ต้น ท่านจึงได้แต่นำเงินที่ได้จากการทอดกฐิน ทอดผ้าป่า แต่ละปีบ้าง ได้จากลูกศิษย์ลูกหาช่วยกัน บริจาคเข้ามาบ้าง ได้จากเงินค่าบูชาครู ของคนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากท่านแต่ละวันบ้าง และเงินส่วนตัวของท่านอาจารย์วัลลภและ ครอบครัวบ้าง มาใช้จ่ายในการก่อสร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้
ต่อมาอาจารย์วัลลภเห็นว่าการหาเงินด้วยวิธีการต่างๆดังกล่าวได้เงินช้าเกรงว่าจะสร้างเสร็จ ไม่ทันร่วมเฉลิมฉลองในครั้งนั้น ท่านจึงตัดสินใจจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นมาใหม่อีกครั้ง วัตถุมงคล ที่ท่านจัดสร้างในครั้งนั้นมี
- พระสมเด็จธรรมบันดาล เนื้อผงต่างๆที่หลวงพ่อลี ฉันทโก มอบไว้ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ
- พระผงรูปเหมือนองค์หลวงพ่อลี ฉันทโก
- รูปหล่อรมดำ องค์หลวงพ่อลี ฉันทโก ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว
- พระพุทธรูปบางชนะมาร ขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว และ 9 นิ้ว
- พระชัยชนะมาร และเหรียญอื่นๆ
วัตถุมงคลที่อาจารย์วัลลภดำเนินการจัดสร้าง ก่อนที่ท่านจะนำเอาออกมาแจกจ่ายหรือ ให้ใครเช่าไปบูชา ท่านได้จัดทำพิธีพุทธาภิเษกปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์ดังๆอย่างเช่น หลวง ปู่โง่นหลวงพ่อแพ หลวงพ่อเป็น หลวงพ่อสาใย หลวงพ่อจำเนียน หลวงปู่หงส์ หลวงพ่ออุตมะแล้ว ท่านยังนำเอาไปเข้าทำพิธีมหาพุทธาภิเษกตามวัดต่างๆอีกไม่น้อยกว่า 105 วัด วิธีที่จะนำเอาวัตถุมงคลต่างๆของท่านไปร่วมพิธีพุทธาภิเษกปลุกเลกตามวัดต่างๆนั้นท่านนำได้ไม่ยาก เนื่องจากท่านรู้จักสนิทสนมกับพระเกจิอาจารย์ที่ไปนั่งปลุกเสกตามวัดต่างๆอยู่แล้ว ต่อจากนั้นก็ ไปติดต่อขออนุญาติกับคณะกรรมการที่จัดงานอีกครั้ง ก็นำวัติถุมงคลที่ท่านจัดสร้างไปร่วมเข้าทำพิธี พุทธาภกได้แล้ว พระเกจิอาจารย์ที่มานั่งทำพิธีปลุกเสกแต่ละงาน ล้วนแต่เป็นพระเกจิอาจารย์ที่ โดดเด่นและโด่งดังทั้งนั้น ถ้าจะให้เอ่ยชื่อกันแล้ว คงจะเอ่ยกันไม่หมดหรือจำได้ไม่ครบแน่ เอา เท่าที่พอจะจำได้ก็แล้วกัน
องค์สมเด็จพระญาณสังวร
หลวงพ่อแพ
หลวงพ่อเปิ่น
หลวงพ่อแช่ม
หลวงพ่อพุฒ
หลวงพ่อเต้า
หลวงพ่อหยอด
หลวงพ่อเชิญ
หลวงพ่อดี
หลวงพ่อลำใย
หลวงพ่อจำเนียร
หลวงพ่อชม
หลวงพ่อดำ
หลวงพ่อพุฒ
หลวงพ่อแย้ม
หลวงปู่โง่น
หลวงพ่ออุตมะ
หลวงพ่อคำพันธ์
หลวงปู่เจียม
หลวงพ่อพูล
หลวงพ่อไสว
หลวงปู่หงส์
หลวงปู่เกตุ |
สมเด็จพระสังฆราช
วัดพิกุลทอง
วัดบางพระ
วัดดอนยายหอม
วัดกลางบางพระ
วัดเกาะวังไทร
วัดแก้วเจริญ
วัดโคกทอง
วัดพระรูป
วัดทุ่งลาดหญ้า
วัดถ้ำเสือ
วัดโปงนาเกลือ
วัดถ้ำบูชา
วัดปาสาละวัน
วัดตะเคียน
วัดพุทธบาทเขาไม้รวก
วัดวังก์วิเวการาม
วัดพระธาตุมหาชัย
วัดอินทราสุการาม
วัดไผ่ล้อม
วัดปรีดาราม
วัดเพชรบุรี
วัดเกาะหลัก |
จ. สิงห์บุรี
จ. นครปฐม
จ. นครปฐม
จ. นครปฐม
จ. นครปฐม
จ. สมุทรสงคราม
จ. พระนครศรีอยุธยา
จ. สุพรรณบุรี
จ. กาญจนบุรี
จ. กระบี่
จ. ชลบุรี
จ. นครราชสีมา
จ. นนทบุรี
จ.พิจิตร
จ. กาญจนบุรี
จ. นครพนม
จ. สุรินทร์
จ. นครปฐม
จ.นครปฐม
จ. สุรินทร์
จ. ประจวบคีรีขันธ์
|
ท่านคงจะเห็นแล้วนะว่า พระเกจิอาจารย์ที่มานั่งปลุกเสกในแต่ละครั้งแต่ละวัดนั้นล้วนแล้ว แต่มีพุทธาคม อาคมขลัง พลังจิตแก่กล้าน่าเสื่อมใสและศรัทธาทั้งสิ้น ดูจากรายชื่อแล้วก็ เกินค่าแก่การเก็บรักษาวัตถุมงคลต่างๆของอาจารย์วัลลภ ธรรมบันดาลแล้ว เพราะพระเกจิ อาจารย์ดังนี้ มีน้อยครั้งนักที่จะเดินทางมาร่วมงานพร้อมๆกันได้ ดังนั้นเรื่องของความขลังและ ความศักดิ์ สิทธิ์ในวัตถุมงคลทุกชนิดของอาจารย์วัลลภ ก็ต้องขลังและศักดิ์สิทธิ์เหมือนที่อื่นวัดอื่น เพราะท่านนำไปเข้าทำพิธีในพระอุโบสถ์เดียวกัน ทำพิธีปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์เดียวกัน ปลุกเสกพร้อมกัน แต่วัดถุมงคลของอาจารวัลลภได้เปรียบวัตถุมงคลของวัตอื่นอยู่หน่อย ตรงที่ อาจารวัลลภท่านนำไปเข้าพิธีตามวัดต่างๆมากกว่า ที่สำคัญอาจารย์วัลลภท่านยังปลุกเสกและอัด พลังด้วยตัวของท่านเองอีกนับครั้งไม่ถ้วน จึงไม่มั่นใจความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ได้มากกว่าที่อื่น วัดอื่น
วัตถุมงคลที่อาจารย์วัลลภท่านจัดสร้างขึ้นภายใต้ชื่อ พระพุทธชนะมาร พระชัยชนะ มารท่านใด จตลิขสิทธิ์ สงวนลิขสิทธิ์เป็นของท่านอาจารย์วัลลภ ธรรมบันดาล และวัด ธรรมบันดาลแล้ว ทั้งที่เพื่อไม่ให้มีการปลอมแปลงหรือทำเลียนแบบขึ้นมาภายหลัง
หลังจากสร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำเร็จลุล่วงไปแล้ว ท่านอาจารย์วัลลภ ธรรมบันดาล ก็นำวัดธรรมบันดาลไปถวายให้เป็นวัด สาขาของ วัดไตรมิตรวิทยาราม โดยมีพระพรหมเวทีเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารวมเป็นผู้รับมอบ พร้อมทั้งจัดหาพระสงฆ์ - สามเณรไปอยู่จำพรรษาและเรียนพระปริยัติธรรมจำนวนมาก โดยมี มูลนิธิธรรมบันดาล รับหน้าที่เป็นคณะกรรมการดำเนินการจัดหา จัดซื้อ จัดจ้าง จัดสร้าง และทะนุบำรุงวัดธรรมบันดาลต่อไป