Thai English Chinese












 

คำถามที่ว่า เอาการทำแท้งมาหากินหรือไม่ อ่านเนื้อหาสาระต่อไปนี้ให้จบก็จะเข้าใจเองว่ามีเจตนาเอาการทำแท้งมาเป็นเครื่องมือหากินหรือไม่ กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยถึงข้อมูลสถาน การณ์งานอนามัยแม่และเด็กของสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กรณีการตั้งครรภ์และยุติการตั้งครรภ์หรือการทำแท้งในวัยรุ่นว่า พบวัยรุ่นหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี มีการตั้ง ครรภ์และคลอดเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ การศึกษาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์นั้น ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอน แต่จากการศึกษาผู้หญิงที่เข้ามารักษาภาวะแทรกซ้อน จากการทำแท้งของโรงพยา บาลรัฐ 787 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 45,990 ราย พบว่าร้อยละ 28.5 เป็นการตั้งใจที่จะทำแท้งและในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 30 อายุน้อยกว่า 20 ปี ซึ่งการทำแท้งด้วยวิธีต่างๆพบว่าเกือบร้อยละ 40 มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ที่พบบ่อยและมากก็คือ การติดเชื้อในกระแสเลือด อุ้งเชิงกรานอักเสบจน ถึงขั้นมดลูกทะลุ ซึ่งวิธีการทำแท้งในกลุ่มวัยรุ่นมีหลายวิธี ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสอดใส่สิ่งของสารเหลวต่างๆหรืออุปกรณ์ของแข็งเข้าทางช่องคลอด เช่น ไม้แขวนเสื้อ การเหน็บยาทางช่องคลอด การกินยาเม็ดทำแท้ง การบีบนวดบริเวณหน้าท้อง และจงใจทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉลี่ยในการทำแท้งแต่ละครั้งจะเสียค่าทำแท้งประมาณ 2.684 บาท ข้อ มูลล่าสุดที่ได้รับรายงานมาก็คือมีการใช้ยาที่ขายทั่วไปตามท้องตลาดมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ยาสำหรับสตรีตำรับโบราณที่มีสรรพคุณในการขับประจำเดือน มาใช้ผสมกับเหล้าหรือยาอื่น โดยคิดว่าหากกินยาขับเลือดกลุ่มนี้เข้าไปมากๆถ้า ตั้งครรภ์ก็จะแท้งได้ เพราะยาสำหรับสตรีเหล่านี้มีตัวยาที่มีรสร้อนตามศาสตร์ของยาไทย มีส่วน ผสมของขิง ดีปลี พริกไทย ว่านชักมดลูก และบางตำรับจะมีหัวเหล้าผสมอยู่ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการเขียนข้อควรระวังไว้ว่า ไม่ควรใช้กับสตรีมีครรภ์ ทำ ให้วัยรุ่นซึ่งไม่มีความรู้และตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ เข้าใจว่าถ้ากินยานี้เข้าไปแล้วจะทำให้แท้งลูกได้ ในทางตรงกันข้าม นอกจากจะไม่แท้งแล้ว ยังก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง เช่น ตกเลือดมาก มดลูกติดเชื้อ ที่สำคัญที่สุดหากเด็กในครรภ์เติบโตมากกว่า 3 เดือนแล้ว จะเกิดการแท้งไม่สมบูรณ์ ส่งผล ร้ายแรงต่อเด็ก ทำให้ทารกในครรภ์พิการ สมองลีบ หัวใจพิการ ไม่มีแขน ขา ไม่มีหัว บางคนพอเห็นลูกออกมาพิการก็จะฆ่าเด็กแล้วนำไปทิ้งตามที่ต่างๆ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ

การกินยาพวกนี้เป็นขวดๆ เพราะคิดว่าจะขับเลือดได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด โดยเฉพาะในชนบท ยาพวกนี้เมื่อกินเข้าไป จะเข้าไปรัดมดลูก ถ้าตั้งครรภ์ในช่วง 1 – 2 เดือน ก็อาจจะมีก้อนเลือดออกมา แต่เป็นการแท้งที่ไม่สมบูรณ์ สุดท้ายก็ต้องมาขูดมดลูก บางรายตั้งครรภ์หลายเดือนมีรกฝังตัวในโพรงมดลูกแล้ว เมื่อกินยาดังกล่าวเข้าไป นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังมีผลต่อทารก ทำให้เกิดความพิการต่างๆ อย่างเช่นพิการทางระบบภายในตลอดทั้งหัวใจ ปอด สมอง ที่น่ากลัวอีกอย่างหนึ่งคือ การใช้ยารักษาสิว กลุ่มที่เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน มีผลต่อการบีบรัดของมดลูก มา กินเพื่อขับเลือด ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังติดตามเก็บข้อมูลอยู่ หากพบว่าในบางพื้นที่มีการจำหน่ายยาในกลุ่มนี้สูง โดยเฉพาะร้านขายยาหน้ามหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา หอพักในต่าง จังหวัด อาจจะต้องให้เภสัชจังหวัดและกองประกอบโรคศิลปะ ไปตรวจตรากำชับรวม ทั้งคลินิกรักษาสิวและโรคผิวหนังด้วย
การนำยาขับประจำเดือนมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ด้วยการนำไปขับเลือดเพื่อทำแท้งนั้น มีมานานแล้วในสังคมไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ในปัจจุบันก็ยังใช้กันอยู่ แต่เรื่องนี้เป็นความเชื่อที่ผิด ส่วนใหญ่ไม่ได้ผล เช่นเดียวกับที่มีข่าวว่านำยาในกลุ่มลดความอ้วนมาใช้ทำแท้ง ทั้งนี้หากนำยาบำรุงเลือด ยาลดความอ้วน มาใช้ควบคู่กับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก็จะมีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ แต่ไม่มีผลถึงขั้นทำให้แท้ง ที่น่าเป็นห่วงและอันตรายมากขณะนี้ก็คือ การนำยาในกลุ่มยารักษาสิวมาใช้ทำแท้ง ซึ่งมียาอยู่ 1 – 2 ชนิด เป็นยาที่หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก ถามแพทย์ผิวหนังทุกคนจะรู้เลยว่าเป็นยาอะไร ซึ่งการนำยามาใช้ผิดประเภทนี้ นอกจากจะมีความเสี่ยงสูงที่จะตกเลือดแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่เด็กในท้องจะพิการด้วย ปัจจุบัน มีเด็กวัยรุ่นที่ตกเลือด ติดเชื้อ จากการทำแท้งด้วยวิธีดังกล่าวมารักษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องของยาเสพติด เรื่องของการคุมกำเนิด เรื่องของเพศศึกษา เรื่องเมาไม่ขับ เรื่องการออกกฎหมายทำแท้งเสรีมีการรณรงค์กันแล้วอย่างครึกโครม แต่ยังมีอยู่อีกสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้รับความ สนใจที่จะรณรงค์กันเลยคือ การรณรงค์ยับยั้งไม่ให้คนทำแท้งโดยไม่จำเป็น ทั้งๆที่ปัญหานี้เป็นปัญ หาใกล้ตัว บางครอบครัวยังนิ่งเฉยปล่อยให้ลูกหลานเที่ยวเตร่สนุกสนานตามใจชอบ พอมีปัญหาตั้งท้องขึ้นมาก็แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยการทำแท้ง โดยไม่คำนึงนึกถึงโทษทุกข์ทางด้านจิตใจตลอดทั้งสุขภาพและเวรกรรมที่จะตามมาภายหลัง
การรณรงค์ยับยั้งไม่ให้คนทำแท้ง เป็นเรื่องที่สมควรจะได้รับความสนใจหยิบยกเอาขึ้นมารณรงค์กันบ้าง อย่างน้อยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ มีศีลห้าให้ยึดถือปฏิบัติ การรณรงค์ยับยั้งไม่ให้คนทำแท้งคือการปรามไม่ให้คนทำบาปตามหลักทางพระ พุทธศาสนาข้อที่หนึ่งคือ ปาณาติปาตาเวรมณีฯ ย่อมดีกว่าปล่อยให้คนทำแท้งกันอย่างเสรี
รู้สถิติที่น่ากลัวและเป็นอันตรายร้ายแรงต่อผู้ที่ทำแท้งด้วยวิธีการต่างๆแล้ว รู้สึกเป็นอย่าง ไรกันบ้าง ยังจะนิ่งเฉยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กันต่อไปอีกไหม ที่ผ่านมาไม่เห็นมีใครสนใจออกมารณรงค์ ยับยั้งไม่ให้คนทำแท้ง เห็นมีแต่จะออกกฎหมายทำแท้งเสรีและรณรงค์ให้คนใช้ถุงยางอนามัยป้อง กันโรคเอดส์และป้องกันการท้องกันเท่านั้น
พอมีคนพยายามออกมารณรงค์ยับยั้งไม่ให้คนทำแท้ง กลับถูกเพ่งเล็งหาว่าเอาความอ่อนแอของผู้หญิงมาหากิน คนยุคนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไรกันไป มองคนอื่นในด้านดีไม่เป็น มองคนอื่นคิดชั่วทำชั่วเหมือนตนเองไปหมด รู้ก็รู้ เห็นก็เห็นอยู่ตำตา ว่าสังคมกำลังเหลวแหลก เยาวชน กำลังสำคัญของชาติ กำลังสนุกสนานและหาทางออกในทางที่ผิดๆ แทนที่จะสนับสนุนและร่วมมือกันรณรงค์ยับยั้งไม่ให้คนทำแท้ง กลับจ้องจับผิดและเห็นเป็นเรื่องของการหลอกลวงหาผลประ โยชน์ไปหมด ทำก็ไม่ทำ คิดก็ไม่คิด พอเห็นคนอื่นเขาคิดเขาทำก็ออกมาคัดค้าน ไม่รู้ว่า เข้าตำรามือไม่พายเอาเท้าราน้ำ หรือเปล่าก็ไม่รู้ จะรอให้ลูกหลานหรือเยาวชนกำลังของชาติเหลวแหลกไป
มากกว่านี้เสียก่อนหรือไงจึงจะคิดได้ สนับสนุนน่ะรู้จักไหม? ไม่คิดไม่ทำ คอยตบมือให้กำลังใจกันบ้างก็ยังดี